ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:


รูปแบบลักษณะของโคลงสี่สุภาพ (อ่าน 27467 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com


คณะของโคลงสี่สุภาพ บทหนึ่งมี 4 บาท (เขียนเป็น 4 บรรทัด) 1 บาทแบ่งออกเป็น 2 วรรค
โดยวรรคแรกกำหนดจำนวนคำไว้ 5 คำ ส่วนวรรคหลัง ในบาทที่ 1,2 และ 3 จะมี 2 คำ
(ในบาทที่ 1 และ 3 อาจเพิ่มสร้อยได้อีกแห่งละ 2 คำ)
ส่วนบาทที่ 4 วรรคที่ 2 จะมี 4 คำ รวมทั้งบท มี 30 คำ และเมื่อรวมสร้อยทั้งหมดอาจเพิ่มเป็น 34 คำ

ส่วนที่บังคับ เอก โท (เอก 7 โท 4) ดังนี้
บาทที่ 1 (บาทเอก) วรรคแรก คำที่ 4 เอก และคำที่ 5 โท
บาทที่ 2 (บาทโท) วรรคแรก คำที่ 2 เอก วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท
บาทที่ 3 (บาทตรี) วรรคแรก คำที่ 3 เอก วรรคหลัง คำที่ 2 เอก
บาทที่ 4 (บาทจัตวา) วรรคแรก คำที่ 2 เอก คำที่ 5 โท วรรคหลัง คำแรก เอก คำที่ 2 โท


สิบเก้าเสาวภาพแก้ว      กรองสนธิ์
จันทรมณฑล      สี่ถ้วน
พระสุริยะเสด็จดล      เจ็ดแห่ง
แสดงว่าพระโคลงล้วน      เศษสร้อยมีสอง
เสาวภาพ หรือ สุภาพ หมายถึงคำที่มิได้กำหนดรูปวรรณยุกต์ ทั้ง เอก โท ตรี และจัตวา (ส่วนคำที่มีรูปวรรณยุกต์กำกับเรียกว่า พิภาษ)
จันทรมณฑล หมายถึง คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์โท 4 แห่ง
พระสุริยะ หมายถึง คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์เอก 7 แห่ง
รวมคำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์เอกและโท 11 คำ หรือ อักษร
โคลงสุภาพบทหนึ่งมี 30 คำ (ไม่รวมสร้อย)
คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์เอก อาจใช้คำตายแทนได้
คำที่กำหนดรูปวรรณยุกต์โท แทนด้วยคำอื่นไม่ได้ ต้องใช้รูปโทเท่านั้น
คำที่ไม่กำหนดรูปวรรณยุกต์ หรือคำสุภาพมี 19 คำ มีหรือไม่มีรูปวรรณยุกต์ก็ไม่ถือว่าผิด
ในชุด 19 คำแม้ไม่กำหนดรูปวรรณยุกต์ ในท้ายวรรคทุกวรรคต้องไม่มีรูปวรรณยุกต์ใดๆ ทั้งสิ้น
เพราะจะทำให้น้ำหนักของโคลงเสียไป ได้แก่คำที่กากบาทในแผนผังข้างล่าง

๐ ๐ ๐ เอก โท      ๐ X (๐ ๐)
๐ เอก ๐ ๐ X      เอก โท
๐ ๐ เอก ๐ X      ๐ เอก (๐ ๐)
๐ เอก ๐ ๐ โท      เอก โท ๐ X


โคลงสุภาพชาตรี ไม่มีสัมผัสระหว่างบท ส่วนใหญ่กวีนิพนธ์แบบเก่าจะนิยมแบบนี้เป็นส่วนมาก
โคลงสุภาพลิลิต มีการร้อยสัมผัสระหว่างบท โดยคำสุดท้ายของบทต้นต้องส่งสัมผัสสระ ไปยังคำที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ในบทต่อไป
เช่น
1. บุเรงนองนามราชเจ้า      จอมรา มัญเฮย
ยกพยุหแสนยา      ยิ่งแกล้ว
มอญม่านประมวลมา      สามสิบ หมื่นแฮ
ถึงอยุธเยศแล้ว      หยุดใกล้นครา
2. พระมหาจักรพรรดิเผ้า      ภูวดล สยามเฮย
วางค่ายรายรี้พล      เพียบหล้า
ดำริจักใคร่ยล      แรงศึก
ยกนิกรทัพกล้า      ออกตั้งกลางสมร
3. บังอรอัคเรศผู้      พิศมัย ท่านนา
นามพระสุริโยทัย      ออกอ้าง
ทรงเครื่องยุทธพิไชย      เช่นอุปราชแฮ
เถลิงคชาธารคว้าง      ควบเข้าขบวนไคล
— โคลงภาพเรื่องพระราชพงศาวดาร

สัมผัสบังคับ เรียกอีกอย่างว่า "สัมผัสนอก" หมายถึงสัมผัสที่กำหนดเป็นแบบแผนในคำประพันธ์
เป็นสัมผัสสระ คือมีเสียงสระและตัวสะกดมาตราเดียวกัน ดังนี้
บาทแรก คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาทที่ 2 และ 3
บาทที่ 2 คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาทที่ 4
ในจินดามณี ฉบับพระโหราธิบดี อธิบายสัมผัสบังคับของโคลงสี่สุภาพไว้ว่า

ให้ปลายบาทเอกนั้น      มาฟัด
ห้าที่บทสองวัจน์      ชอบพร้อง
บทสามดุจเดียวทัด      ในที่ เบญจนา
ปลายแห่งบทสองต้อง      ที่ห้าบทหลัง

คำสร้อย

คำสร้อยซึ่งใช้ต่อท้ายโคลงสี่สุภาพในบาทที่ 1 และบาทที่ 3 นั้น จะใช้ต่อเมื่อความขาด
 หรือยังไม่สมบูรณ์ หากได้ใจความอยู่แล้วไม่ต้องใส่ เพราะจะทำให้ "รกสร้อย"
คำสร้อยที่นิยมใช้กันเป็นแบบแผนมีทั้งหมด 18 คำ

พ่อ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคล
แม่ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคล หรือเป็นคำร้องเรียก
พี่ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคล อาจใช้เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 หรือบุรุษที่ 2 ก็ได้
เลย ใช้ในความหมายเชิงปฏิเสธ
เทอญ มีความหมายเชิงขอให้มี หรือ ขอให้เป็น
นา มีความหมายว่าดังนั้น เช่นนั้น
นอ มีความหมายเช่นเดียวกับคำอุทานว่า หนอ หรือ นั่นเอง
บารนี สร้อยคำนี้นิยมใช้มากในลิลิตพระลอ มีความหมายว่า ดังนี้ เช่นนี้
รา มีความหมายว่า เถอะ เถิด
ฤๅ มีความหมายเชิงถาม เหมือนกับคำว่า หรือ
เนอ มีความหมายว่า ดังนั้น เช่นนั้น
ฮา มีความหมายเข่นเดียวกับคำสร้อย นา
แล มีความหมายว่า อย่างนั้น เป็นเช่นนั้น
ก็ดี มีความหมายทำนองเดียวกับ ฉันใดก็ฉันนั้น
แฮ มีความหมายว่า เป็นอย่างนั้นนั่นเอง ทำนองเดียวกับคำสร้อยแล
อา ไม่มีความหมายแน่ชัด แต่จะวางไว้หลังคำร้องเรียกให้ครบพยางค์ เช่น พ่ออา แม่อา พี่อา หรือเป็นคำออกเสียงพูดในเชิงรำพึงด้วยวิตกกังวล
เอย ใช้เมื่ออยู่หลังคำร้องเรียกเหมือนคำว่าเอ๋ยในคำประพันธ์อื่น หรือวางไว้ให้คำครบตามบังคับ
เฮย ใช้เน้นความเห็นคล้อยตามข้อความที่กล่าวหน้าสร้อยคำนั้น เฮย มาจากคำเขมรว่า "เหย" แปลว่า "แล้ว" จึงน่าจะมีความหมายว่า เป็นเช่นนั้นแล้ว ได้เช่นกัน
นอกจากนี้มีคำสร้อยที่เรียกว่า "สร้อยเจตนัง" คือใช้ตามใจไม่ควรใช้ในงานกวีนิพนธ์ที่เป็นพิธีการ และไม่นิยมกัน
"หายเห็นประเหลนุช นอนเงื่อง งงง่วง" โคลงนิราศตามเสด็จทัพลำน้ำน้อย
"พวกไทยไล่ตามเพลิง เผาจุด ฉางฮือ" โคลงภาพพระราชพงศาวดาร
"ลัทธิท่านเคร่งเขมง เมืองท่าน ถือฮอ" โคลงภาพฤๅษีดัดตน
[แก้]ตัวอย่าง

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง      อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร      ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล      ลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า      อย่าได้ถามเผือ



ขอบคุณ:http://th.wikipedia.org/wiki

เกี้ยว

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • เพียงเราเข้าใจ หนักหนาแค่ไหนไม่ทดท้อ
  • กระทู้: 100
  • เพศ: หญิง
โคลงสี่สุภาพบทที่ถือว่าเป็นต้นแบบของการแต่งโคลงสี่สุภาพในเรื่องฉันทลักษณ์ต้องยกให้บทนี้เลย  เพราะมีการเเสดง  เอกโทษ  โทโทษ (วรรณยุกย์เอก  โท)  ด้วยรูปวรรณยุกต์เลย  ส่วนบทอื่นๆอาจให้คำที่ออกเสียง  เอก หรือ เสียงโท  แทน
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง      อันใด   พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร     ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับไหล      ลืมตื่น  ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า         อย่าได้   ถามเผือ
ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมหวลยวลจิตไซร้  ไป่มี

ร่มไม้ชายคา

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • กระทู้: 190
 การเขียนโคลงสี่สุภาพนับว่าเขียนยากพอสมควร และก็มีหลายตัวอย่าง ยิ่งแผนผังมีเสียงเอก-โท ตั้งไว้ การลงสัมผัสนั้นค่อนข้างยากต้องให้เวลาคิดสำหรับคนฝึกเขียนอย่างตัวเราเลยทีเดียว..ขอบคุณ ขุนสุราที่นำมาว่าด้วยการเขียนโคลงนะคะ..

 ขอยกตัวอย่าง โคลงครู มา แปะไว้เป็นตัวอย่างอีกซักบทนะคะ เผื่อเพื่อนๆจะได้ฝึกเขียนโคลงกันเล่นๆ ฝึกสมองไม่ให้ฝ่อค่ะ

จากโคลง นิราศนรินทร์

จากมามาลิ่วล้ำ.........ลำบาง
บางยี่เรือราพลาง.......พี่พร้อง
เรือแขวงช่วยพานาง....เมียงม่าน มานา
บางบ่รับคำคล้อง.......คล่าวน้ำตาคลอ


ทีนี้เรามาฝึกเขียนโคลงกันนะคะ ฝึกสมอง ลองปัญญาตัวเอง...



แพ้อะไรก็ได้ แต่อย่าแพ้ใจตัวเอง

เกี้ยว

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • เพียงเราเข้าใจ หนักหนาแค่ไหนไม่ทดท้อ
  • กระทู้: 100
  • เพศ: หญิง
กลอนแบบอื่นไม่เกี่ยง  แต่โคลงสี่  ขอบาย  ไม่ได้จริงๆ
 /ร้องให้
ขอเป็นคนอ่านแล้วกันนะจ๊ะ
ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมหวลยวลจิตไซร้  ไป่มี

ร่มไม้ชายคา

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • กระทู้: 190
ใช่ค่ะคุณอ่นเล่ย, ยอมรับว่าเขียนยากจริงๆ เพราะสัมผัสโคลงทั้งหมดต้องให้ได้เนื้อเรื่องความหมายของโคลงด้วย พอดีมีแผนผังที่เข้าใจง่าย แต่เสียดายก๊อปมาวางในนี้ไม่ได้ แต่ในไฟล์เวิร์ดตัวเองจะมีค่ะ..ลองไปอ่านที่ รุ้งสีเงิน เขียนไว้นะคะว่า พอไปวัดไปวาได้บ่ และอย่าลืมคอมเมนท์ให้ด้วยเน้อ..อิอิ บอร์ดนี้แหละจ้า.   :poomy (1): อยากหัวตะของเมากลอน...
แพ้อะไรก็ได้ แต่อย่าแพ้ใจตัวเอง

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com



ผมว่าจะเขียนกลอนประตูนะ มันง่ายดี  กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เกี้ยว

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • เพียงเราเข้าใจ หนักหนาแค่ไหนไม่ทดท้อ
  • กระทู้: 100
  • เพศ: หญิง

ครืนครืนครื้นครั่นก้อง     กังวาน 
รินเรื่อยโปรยปรายผ่าน   ม่านฟ้า
วาบแปลบแว่บปลาบปาน   แหวกหมู่  มวลเมฆ
ชอุ่มชุ่มทั่วหล้า          อ่าโอ้  เย็นทรวง


เมื่อคืนฝนตก เลยมีแรงบันดาลใจ  อิอิ
ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมหวลยวลจิตไซร้  ไป่มี

TIGGER

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • เป็นคนดีทุกวันที่เหลืออยู่ เพราะไม่รู้จะอยู่บนโลกนี้ได้อีกกี่วัน
  • กระทู้: 92
  • เพศ: หญิง
  • เป็นคนดีทุกวันที่เหลืออยู่ เพราะไม่รู้จะอยู่บนโลกนี้ได้อีกกี่วัน
ทำได้แต่โคลงเคลง ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เก่งๆกันหลายคนเลยบ้านชบาเรายอมรับจริงๆ

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 

Facebook Comments