ผู้เขียน หัวข้อ: <<<อำลา - บรรพชา>>>  (อ่าน 1638 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฅนครบุรี

  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 590
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
<<<อำลา - บรรพชา>>>
« เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 05:54:54 PM »
  • Publish


  • อำลา - บรรพชา



        เจ้าชายสิตธัตถะเสด็จถึงพระราชวังเสวยพระกระยาหารค่ำ โดยมีนักเต้น ที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี
    เพื่อบำเรอความสุขเช่นเดิม แต่คืนนั้น เจ้าชายทรงไม่อ่อนไหวและปราถนาความสุขเช่นเคย
    กลับทรงย้ำคิดถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย แม้แต่พระราหุลโอรสที่ประสูติในวันนี้ก็เป็นการเกิดมาเพื่อ
    พบกับความแก่ ความเจ็บ ความตาย เช่นกัน

       เจ้าชายทรงลุกจากที่ประทับกลับไปห้องส่วนพระองค์ แต่ทรงบรรทมไม่หลับ ครั้นดึกสงัด
    พระองค์ก็ทรงคิดวนเวียนอยุ่ ทรงออกจากห้องบรรทม ก็ดำิเนินมาพบเห็นนักร้อง นักรำ
    ทั้งหลายซึ่งแต่งกายสวยงามเมื่อตอนค่ำ บัดนี้นอนหลับกันอย่างไร้สติสมประดี เสื้อผ้าหลุดลุ่ย
    นอนระเกะระกะ ดูไม่ต่างอะไรกับซากศพในป่าช้า พระองค์ทอดพระเนตภาพเหล่านั้น
    ด้วยความรู้สึกสังเวช แล้วเสด็จผ่านไปยังห้องบรรทมของพระนางพิมพา มองดูพระนาง
    และกุมารน้อย แวบหนึ่งทรงรู้สึกเปี่ยมสุข ที่ครอบครัวของพระองค์มีพ่อ แม่ ลูก พร้อมบริบุรณ์
    แต่มีหทัยหนึ่ง ทรงเห็นว่าทั้งสามชีวิตนี้จะตกอยู่่ในกองทุกข์อย่างหลีกไม่พ้น
    เมื่อความแก่ เจ็บ ตาย มาเยือน

       แม้ชีวิตจะอยู่ท่ามกลางความสมบูรณ์พูนสุข แต่ความทุกข์ทั้งหลายมากมายยังรออยู่
    ในเบื้องหน้า ทรงรำพึงว่า "ถึงแม้ฉันจะรักเธอทั้งสองมากเพียงใด แต่ความห่างใย
    ในเพื่อนมนุษย์นั้นมีมากประมาณมิได้ หากฉันค้นคว้าหาทางสุขที่แท้จริงได้
    เป็นอิสระจากความแก่ เจ็บ ตาย แล้วฉันจะกลับมามอบให้เธอแบะเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายอย่างแน่นอน"

       เป็นการอำลาที่แสนลำบากยากใจนักหนา แต่เป็นการอำลาที่ทรงตัดสินพระทัยแล้ว
    ว่าจะเดินทางเพื่อค้นหาสัจธรรมอันจะทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการทั้งปวงอย่างแท้จริง
    เจ้าชายสิตธัตถะทรงแต่งพระองค์ทรงเครื่องรัชทายาทแล้วเสด็จไปหา นายฉันนะ สารถีที่เรือนพัก
    ทรงเล่าความประสงค์ที่จะเสด็จออกบรรชาเป็นสมณะโดยไม่ปราถนาจะให้ใครพบเห็น
    นายฉันนะได้ทูลทัดทานหลายครั้ง ของให้เห็นแก่พะรบิดา พระมเหสีและพระโอรส
    แต่เจ้าชายทรงตั้งพระทัยเด็ดเดี่ยวแล้ว จึงตรัสว่า "ฉันนะ อย่ารอช้าอยู่เลย
    จงรีบไปจูง กัณฐกะ มาให้ฉันเถิด ฉันจะรีบไปเดียวนี้" นายฉันนะจึงไปจัดเตรียมม้า
    มาตามพระราชประสงค์ เจ้าชายทรงม้ากัณฐกะออกเดินทางโดยไม่หยุดพัก
    พอรุ่งสาง แสงเงิน แสงทองจับท้องฟ้า เริ่มรุ่งอรุณของวันใหม่แล้ว
    พระองค์ก็เสด็จถึงฝั่้งแม่น้ำอโนมา ทรงข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง ทรงเปลื้องเครื่องรัชทายาท
    พร้อมทั้งเครื่องประดับเพชรนิลจินดาค่ามหาศาลให้แก่นายฉันนะ ทรงตัดพระเกศา
    ด้วยพระขรรค์ แล้วทรงเครื่องแต่งกายที่ย้อมด้วยน้ำฝาด เรียกว่า ผ้ากาสาวพัสตร์
    นุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง เวลาใดที่หนาวจัดก็จะคลี่ออกมาห่มทับกับผืนที่ห่มอยู่แล้ว
    ยามนอนก็ใช้ผืนนี้ห่ม บางครั้งก็ใช้ผืนผ้านี้แหละหนุนแทนหมอน

       ด้วยประฉะนี้ เจ้าชายสิตธัตถะก็ได้บรรชาถือเพศบรรชิตเป็นนักบวชประเภทสมณะ
    ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา เมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา ทรงมอบเครื่องทรงและเครื่องประดับ
    ให้นายฉันนะนำกลับไปถวายพระราชบิดา เป็นการทูลลาออกจากตำแหน่งรัชทายาทอย่างเป็นทางการตลอดไป

       นายฉันนะจูงม้ากัณฐกะข้ามแม่น้ำกลับไป เมื่อถึงฝั่งตรงข้ามม้าก็ล้มลงขาดใจตาย
    นายฉันนะจัดการฝังซากม้ากัณฐ์กะไว้ ณ ที่นั้น แล้วน้ำเครื่องทรงกับเครื่องประดับ
    กลับไปยังกรุงกบิลพัสดุ์รวมรวมกำลังใจ เข้าไปเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะ
    กราบทูลให้ทราบทั้งน้ำตาว่า
    "บัดนี้ เจ้าชายสิตธัตถะ องค์รัชทายาท ได้สละสิทธิแห่งราชบัลลังก์ ครององค์เป็นสมณเพศ
    ผู้ท่ิองไปอย่างอิสระ เพื่อนแสวงหาทางหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารเสียแล้ว"

     

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 

    Facebook Comments