ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:


<<<อำลา - บรรพชา>>> (อ่าน 1682 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
<<<อำลา - บรรพชา>>>
เมษายน 18, 2011, 05:54:54 PM


อำลา - บรรพชา



    เจ้าชายสิตธัตถะเสด็จถึงพระราชวังเสวยพระกระยาหารค่ำ โดยมีนักเต้น ที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี
เพื่อบำเรอความสุขเช่นเดิม แต่คืนนั้น เจ้าชายทรงไม่อ่อนไหวและปราถนาความสุขเช่นเคย
กลับทรงย้ำคิดถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย แม้แต่พระราหุลโอรสที่ประสูติในวันนี้ก็เป็นการเกิดมาเพื่อ
พบกับความแก่ ความเจ็บ ความตาย เช่นกัน

   เจ้าชายทรงลุกจากที่ประทับกลับไปห้องส่วนพระองค์ แต่ทรงบรรทมไม่หลับ ครั้นดึกสงัด
พระองค์ก็ทรงคิดวนเวียนอยุ่ ทรงออกจากห้องบรรทม ก็ดำิเนินมาพบเห็นนักร้อง นักรำ
ทั้งหลายซึ่งแต่งกายสวยงามเมื่อตอนค่ำ บัดนี้นอนหลับกันอย่างไร้สติสมประดี เสื้อผ้าหลุดลุ่ย
นอนระเกะระกะ ดูไม่ต่างอะไรกับซากศพในป่าช้า พระองค์ทอดพระเนตภาพเหล่านั้น
ด้วยความรู้สึกสังเวช แล้วเสด็จผ่านไปยังห้องบรรทมของพระนางพิมพา มองดูพระนาง
และกุมารน้อย แวบหนึ่งทรงรู้สึกเปี่ยมสุข ที่ครอบครัวของพระองค์มีพ่อ แม่ ลูก พร้อมบริบุรณ์
แต่มีหทัยหนึ่ง ทรงเห็นว่าทั้งสามชีวิตนี้จะตกอยู่่ในกองทุกข์อย่างหลีกไม่พ้น
เมื่อความแก่ เจ็บ ตาย มาเยือน

   แม้ชีวิตจะอยู่ท่ามกลางความสมบูรณ์พูนสุข แต่ความทุกข์ทั้งหลายมากมายยังรออยู่
ในเบื้องหน้า ทรงรำพึงว่า "ถึงแม้ฉันจะรักเธอทั้งสองมากเพียงใด แต่ความห่างใย
ในเพื่อนมนุษย์นั้นมีมากประมาณมิได้ หากฉันค้นคว้าหาทางสุขที่แท้จริงได้
เป็นอิสระจากความแก่ เจ็บ ตาย แล้วฉันจะกลับมามอบให้เธอแบะเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายอย่างแน่นอน"

   เป็นการอำลาที่แสนลำบากยากใจนักหนา แต่เป็นการอำลาที่ทรงตัดสินพระทัยแล้ว
ว่าจะเดินทางเพื่อค้นหาสัจธรรมอันจะทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการทั้งปวงอย่างแท้จริง
เจ้าชายสิตธัตถะทรงแต่งพระองค์ทรงเครื่องรัชทายาทแล้วเสด็จไปหา นายฉันนะ สารถีที่เรือนพัก
ทรงเล่าความประสงค์ที่จะเสด็จออกบรรชาเป็นสมณะโดยไม่ปราถนาจะให้ใครพบเห็น
นายฉันนะได้ทูลทัดทานหลายครั้ง ของให้เห็นแก่พะรบิดา พระมเหสีและพระโอรส
แต่เจ้าชายทรงตั้งพระทัยเด็ดเดี่ยวแล้ว จึงตรัสว่า "ฉันนะ อย่ารอช้าอยู่เลย
จงรีบไปจูง กัณฐกะ มาให้ฉันเถิด ฉันจะรีบไปเดียวนี้" นายฉันนะจึงไปจัดเตรียมม้า
มาตามพระราชประสงค์ เจ้าชายทรงม้ากัณฐกะออกเดินทางโดยไม่หยุดพัก
พอรุ่งสาง แสงเงิน แสงทองจับท้องฟ้า เริ่มรุ่งอรุณของวันใหม่แล้ว
พระองค์ก็เสด็จถึงฝั่้งแม่น้ำอโนมา ทรงข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง ทรงเปลื้องเครื่องรัชทายาท
พร้อมทั้งเครื่องประดับเพชรนิลจินดาค่ามหาศาลให้แก่นายฉันนะ ทรงตัดพระเกศา
ด้วยพระขรรค์ แล้วทรงเครื่องแต่งกายที่ย้อมด้วยน้ำฝาด เรียกว่า ผ้ากาสาวพัสตร์
นุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง เวลาใดที่หนาวจัดก็จะคลี่ออกมาห่มทับกับผืนที่ห่มอยู่แล้ว
ยามนอนก็ใช้ผืนนี้ห่ม บางครั้งก็ใช้ผืนผ้านี้แหละหนุนแทนหมอน

   ด้วยประฉะนี้ เจ้าชายสิตธัตถะก็ได้บรรชาถือเพศบรรชิตเป็นนักบวชประเภทสมณะ
ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา เมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา ทรงมอบเครื่องทรงและเครื่องประดับ
ให้นายฉันนะนำกลับไปถวายพระราชบิดา เป็นการทูลลาออกจากตำแหน่งรัชทายาทอย่างเป็นทางการตลอดไป

   นายฉันนะจูงม้ากัณฐกะข้ามแม่น้ำกลับไป เมื่อถึงฝั่งตรงข้ามม้าก็ล้มลงขาดใจตาย
นายฉันนะจัดการฝังซากม้ากัณฐ์กะไว้ ณ ที่นั้น แล้วน้ำเครื่องทรงกับเครื่องประดับ
กลับไปยังกรุงกบิลพัสดุ์รวมรวมกำลังใจ เข้าไปเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะ
กราบทูลให้ทราบทั้งน้ำตาว่า
"บัดนี้ เจ้าชายสิตธัตถะ องค์รัชทายาท ได้สละสิทธิแห่งราชบัลลังก์ ครององค์เป็นสมณเพศ
ผู้ท่ิองไปอย่างอิสระ เพื่อนแสวงหาทางหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารเสียแล้ว"

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 

Facebook Comments