ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:


เริ่มต้นใหม่ กับสิ่งใหม่ๆ (อ่าน 2244 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com


บทละครของชีวิตที่ถูกลิขิตโดยใคร  แล้วทำไมถึงได้เดินตามอย่างไม่แยแส แม้เสียงหมาเห่าท้วง จิ้งจกทัก
555 ให้ตายซิ

เมื่อปี 2520 ความเป็นอยู่ในโป่งเกลือ ปราณบุรี ประจวบขีีรีขันธ์  เมื่อสมัยนั้น ป่าและคอมมิวนิส เป็นสิ่งที่คู่กันมา
แต่ไหนแต่ไร ถ้าจะถามว่า คอมมิวนิสกับรัฐ ใครมาก่อนใคร คงตอบได้ยากเช่นกัน เพราะผมไม่รู้
แต่ที่รู้ ผมเกิดมาจากคอมมิวนิส แต่ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายนะครับ 555 คอมมิวนิสที่มีเสรีชน มีแนวคิดของตัวเองเท่านั้น

..ครอบครัวก็ยังทำไร่เลื่อนลอย  ... แน่นอน ไม่มีรัฐที่ไหนเค้าเข้าไปจัดสรรให้หรอกครับ
เผาถ่าน ปลูกพืชผักสวนครัวขาย ประทังชีวิตในระบบคอมมิวนิสไปเรื่อยๆ เราเป็นเด็ก ก็คิดแค่วิ่งเล่น
และคิดว่าจะเล่นอะไรดี  ทุกอาทิตย์ ทางค่ายจะมาหาแม่ และจะเอาพวก ปืน มาให้เราเล่น
ก็หวังเพื่อที่แม่จะใจอ่อน ให้เราเข้าค่าย เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ต่อไปนันเอง
คนของค่าย ก็มิได้ทีจะร้ายแรงอะไร ทุกคนเป็นคนดีและอัธยาศัยดี
เพียงแต่แม่ปฏิเสธเก่ง ก็เท่านั้นเอง 5555

สายน้ำที่ใช้วิถีชีวิตร่วมกันมานานนั้น เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของพวกเรามาก
แต่ทุกคนก็จะใช้มันอย่างคุ้มค่า แม้ไม่ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนก็ตาม
ล่าสัตว์มาได้ ก็มาชำแหละข้างแม่น้ำนั้น ใครที่อยู่ถัดไปอีกหน่อย ก็ บ่นไป ส่วนมากจะเป็น เก้ง
เพราะว่าเก้ง จะแอบมากินถั่วที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้ยามกลางคืน เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว จึงต้องกำจัดเก้งซ๊ะ

การทำที่อยู่ในที่แห่งนั้นก็ไม่ได้เป็นที่ยึดมั่นอะไรที่แน่นอน ส่วนมากจะำทำด้วยไม้ไผ่ทั้งหลัง
หลังคาก็เป็นตับจาก ข้างฝาก็ไม่ไผ่ พื้นก็ไม่ไ้ผ่ เสาก็ไม้ไผ่ เพราะว่าไม่สามารถปลูกแบบถาวรได้
บางวันผมเองก็วิ่งตกใต้ถุนนะ เพราะว่ามอดมันกินไม้ไผ่ผุ  555 คิดเอาแ้้ล้วกัน

..ความเป็นไปเมื่อทางรัฐ ต้องการทราบความเคลื่อนไหวของทางคอมมิวนิส จึงจำเป็นต้องมี สปาย (สายลับ)
ประจำ เพื่อคอยบอกความเคลื่อนไหว แต่หารู้ไ้ม่ว่า ทางคอมมิวนิสนั้น ได้ส่งสปายเข้าไปสืบข่าวทางอำเภอมานานแล้ว
จึงรู้ความเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี แต่ ทั้งสองฝ่ายนั้นหารู้ไม่ว่า มีสปายคนเดียวกัน
ข่าวเริ่มระแคะระคาย ทั้งสองฝ่าย ว่าทำไมข่าวมันรั่วจัง และทางสปายก็รู้ตัวเองแล้วแหละว่าโดนแน่
นี่คือสาเหตุที่ผมและครอบครัว ต้องอพยพออกจากที่แห่งนั้น อย่างฉับพลัน เดินทางแบบนันสตอป

..ขนของขึ้นรถจี๊ฟ มาลงเรือ เพื่อไปขึ้นรถที่ บขส มา กรุงเทพฯ ต่อจากกรุงเทพฯ มาโคราช ต่อจากโคราชมาครบุรี
การเดินทางสมัยนั้น บอกได้คำเดียวว่า มันสุดยอดมากมันทั้งเหนื่อย ทั้งล้า ทั้งท้อ ทั้งเบื่อหน่าย
รถบัสสีส้ม พัดลมติดหลังคา แม่ค้าไก่ปิ้ง ลูกอมยาดมยาหม่อง ผ้าเย็น  เบียดกันเข้าไป ไม้ปิ่งไก่จะจิ้มตาอยู่แ้ล้วเด้อ
ด้วยความที่เป็นเด็ก เราก็อาศัยนอนมาตลอดทาง เพรา่ะว่า เมาเรือตั้งแต่ออกจากโป่งเกลือแล้วแหละ ให้ตายซิ

"การเดินทางที่มันแสนยากลำบาก บางครั้งมันก็สอนให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเช่นกัน"

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 

Facebook Comments