ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:


คลองหลอด/นาฬิกา/ท้องฟ้าสีคราม (อ่าน 2906 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
ปี พ.ศ.2538 ณ.สลัมแห่งหนึ่ง....

  "เฮ้ยพี่..เราไปขายของสนามหลวงกันดีกว่าวะ"
น้องคนหนึ่งที่สนิทกัน เอ่ยปากชวนอย่างจดจ่อรอคำตอบจากเรา
"แล้วพี่จะเอาอะไรไปขายดีหละน้อง" ....อืมมม ขายตัวก็ได้นะพี่ ถ้าพี่สนใจ  5555
เล่นตูแล้วไงอ้ายพวกนี้...เดี๋ยวเหอะเมิง  ตรูจะให้พวกเมิงนั้นแหละใช้บริการเป็นคนแรก
"เอางี้ พวกนายไปกันก่อนวันนี้ เดี๋ยวพรุ้งนี้พี่ไปด้วยนะ...."

  คุณเคยไปไหม..สนามหลวง... ผมยังไม่เคยไปนะแต่พรุ่งนี้แหละ เราจะไปกัน...
แท้ที่จริงแลัวเราจะไปตรงคลองหลอดกันนะ เพราะว่ามันติดกับสนามหลวง ก็เลยเรียกรวมๆไปเลย
"เอ...แล้วนี่เราจะเอาอะไรไปขายดีหว่า เอางี้แล้วกัน มันมีนาฬิกาปลุกเรือนใหญ่จมน้ำอยู่ในคลองข้างบ้าน
เอามาซ่อมดูซิว่าพอจะเป็นไปได้ไหม"
มันเป็นนาฬิกาของใครไม่รู้ ที่เขาอาจจะไม่ชอบหน้ามันแล้วก็เป็นได้ เลยจัดการถ่วงน้ำมันซ๊ะเลย 555
ลานขึ้นสนิม กระดาษเปื่อย ก็...เอานะ เพราะคลองหลอดเขาไม่เน้นของใหม่อยู่แล้วนี่ เขาชอบของมือสอง
..เช้าวันนั้นทุกอย่างลงตัวเป๊ะ นาฬิกาเรือนเดียวก็เสียวได้ "ราคาเ่ท่าไรดีหละพี่" น้องมันถามอย่าง งง ๆ
..อืมมม..ซัก 150 เป็นไง "โหพี่...ต่ำไป แถวนั้นอะไรที่ราคามันต่ำ ไม่ค่อยมีใครสนใจหรอกพี่"
อืมมงั้น 200 แล้วกัน "โอเคพี่ เดี่ยวผมตั้งไว้ที่ 350 ก็แล้วกัน"
ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า เราไม่ได้ขายเองนะซิ ฝากแผงน้องเค้าขาย ส่วนเราไปนั่งดูก่อน..

  จุดเริ่มต้นของการค้าขายของมือสองที่คลองหลอดแห่งนี้ มีอะไรมากมายให้เรียนรู้อีกเยอะแยะ
เราต้องออกเดินทางตั้งแต่ 4 โมงเย็นเพื่อที่จะไปถึงสนามหลวงตอนก่อนสองทุ่มหรือทุ่มนึง ถ้ารถติดไม่เยอะ
เพราะต้องไปจองแผง และเรียงของนั้นเอง และอย่าถือของเยอะ เป็นไปได้ เป้ใหญ่ใบเดียวพอเลย.

  หลังจากที่นาฬิกาเรือนรั้น จุดประกายให้มีความหวังในการขายของ เพราะว่านาฬิกานั้น มันขายได้ตั้ง 300แนะ
ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะว่าทุนรอนก็คงไม่น่าเกิน 50 บาท น้ำมันหล่อลื่น กับถ่านเอสี่ ก่อนนึงเท่านั้นเองนะ 555

  คลองหลอดยามราตรีนี้ (ณ.สมัยนั้น) ช่างเป็นเมืองศิวิไลซ์ ทีี่เต็มไปด้วยไฟแสงสีตระการตา หรูหราฟู่มเฟอะ
ระรานตาไปด้วยผู้คนมากมายหลายอาชีพ ตลาดแบกะดิน วางยาวไปเกือบสุดคลอง มันเย้ายวนให้
สาวกสินค้ามือสองมาลองจับจ่ายกัน เรื่องราคาสินค้าทุกคนต่างก้รู้กัน คนซื้อก็รู้ว่าคนขายตั้งราคาเอาไว้เกินครึ่งของราคาจริง
คนขายก็เคยโดนหักคอจนคอพับกันระนาวจนกลายเป็นประสปการณ์ไปแล้ว ว่าต่อไปต้องตั้งราคาเผื่อต่อเอาไว้ครึ่งนึงนั้นเอง..

  "ใ้ห้ตายซิ"..ทำไมวันนี้มันเงียบจัง เสียค่าที่กับค่าไฟไปแล้วนะ 40 บาท ของยังไม่ออกเลยซักชิ้น
ทั้งที่คนก็เข้ามาหยิบดูสิ้นค้ากันเยอะแยะนะ ราคาเราก็ให้ตามสมควรอยู่  
ไม่ว่าจะเป็น ม้วนเทป สมัย คริสติน่า ยังออกอัลบั้มแรกอยู่เลย...

...วงดนตรีที่อยูใต้ร่มไม้ เิปิดฟลอร์บรรเลงไปตามสไตน์ที่ชอบ นั้นคือเพลงสมัยยุค 80 สั้นเอง
ยังเคยแอบหนีแผงตัวเองไปฟังเพลงที่นั่นอยู่เลยนะ....

  คฑาชายนายนั้น ก้มหน้าก้มตาเลือกม้วนเทปออกมากองเป็นตั้ง ตั้งละ 10 ม้วนอย่าขมักเขม้น
" 5 บาทเองพี่ " ถ้าใหม่หน่อย หรือเพลงฝรั่งเราก็เพิ่มราคาเข้าไปเป็น  10 บาท "ซื้อเยอะผมลดให้ครับพี่"
ในใจก็คิดเอาไว้แล้วว่า ถ้าเมิงเลือกออกมาแล้วเมิงไม่เอานะเมิงโดนแน่ อิอิอิ..
พลางชวนคุยไป "พี่จะเอาไปทำอะไรครับ เยอะแยะ"...อืมมม พี่จะเอาไปทำเป็น เอมพีสาม(mp3)
สมัยนั้น mp3 ยังไม่มี เพราะว่าแผ่นซีดีก็แพง เครื่องเล่นก็แำพง ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร
"ลดให้พี่หน่อยนะ" ครับพี่ ผมลดให้.  และแล้ว..."คิดตังค์เลยน้อง ว่าเท่าไร"
คุณลองเอาม้วนเทปซักร้อยม้วนมาวางเรียงกันดูนะ ว่ามันกินพื้นที่มากน้อยแค่ไหน
มันโล่งอกไปเลยนะ เมื่อเห็นมันเหลือบนพื้นที่วางอยู่ แค่ไม่กี่สิบม้วนเอง..

  " 300 บาทครับพี่ ลดให้แล้วนะคิดไปม้วนละ 5 บาทครับ"...โอเค ใส่ถุงให้พี่ด้วยน้อง
มันเป็นอะไรที่สุดยอดครับ ขายได้ 300 ตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืนนี่เป็นคืนแรกที่วิเศษสุดแล้วนะ
ที่เราขายของดีขนาดนี้

  ความเป็นไปในสังคมแบบนั้น มันก็มีอะไรหลายอย่างให้เราได้คิดและแบ่งแยกออกมาว่า
สิ่งไหนที่มันทำให้เราดำเนินไปในชีวิตจริงได้บ้าง ไม่ได้บ้าง การเดินสำรวจแผงเพื่อนร่วมอาชีพ
ก็ิเป็นอีกหนึ่งอิริยาบถ ของชนแถวนั้นกระทำกัน เพือสำรวจสินค้าบางชนิดว่า เหมือนเราหรือเปล่า
ราคาเป็นไงบ้าง พอทีจะนำไปวางในแผงเราไหม ตั้งแต่ไปขายของที่นั้นผมยังไม่เคย
ไม่เคยที่จะไปจับของในแผงอื่นมาวางขายในแผงตัวเองซักทีนะ..

  ในวันที่ภาคภูมิใจ มันเกิดขึ้นไม่ค่อยบ่อยเท่าที่ควรเลยนะ
วันนี้ก็เช่นกัน วันที่ืท้องฟ้าสดใส ในฤดูหนาว อากาศในยามค่ำคืนมันก็ไม่ได้แย่ไปเสียทีเดียว
หนาวบ้างในบางคราที่ยังขายของไม่ได้ซักชิ้นเดียว มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ ให้ตายเหอะ
สายตาที่จับจ้องไปยังแผงข้างๆ ที่มีผู้คนชุกชุมแวะเวียนเข้ามาเยือนมาหยิบสินค้า สอบถามราคา
ไม่เว้นชั่วโมง ก็พลันให้นึกข้นแค้นขุ่นเคืองในใจเล็ก ว่าทำไมวันนี้เราดวงไม่ดีเลยน๊าาาา
ขณะที่เริ่มไม่สนใจอะไรแล้ว พลันมีหญิงวัยกลางคนนางหนึ่งเดินเข้ามาถาม "ผอบไม้นี่ เท่าไรจ๊ะน้อง"
...สามสิบบาทครับเจ๊ "ลดหน่อยได้ไหม" ...ยี้สิบห้าแ้ล้วกันครับ ขาดตัวเลยเจ๊ "งั้นเจ๊เอาอันนี้นะ"

  มันก็ทำให้รู้สึกดีบ้างเล็กน้อยที่ขายได้ ชิ้นหนึ่ง "วันนี้คงขาดทุนแล้วแหละ นี่ก็จะห้าทุ่มแล้วนะ "
สายตาที่จับจ้องไปยังแผงทีมีคนเยอะ ว่าเค๊าขายอะไรน๊าา ทำไมถึงได้มีคนมุงเยอะจัง
ทั้งที่สินค้า ก็มือสองเหมือนกัน กระป๋องเก่า ขวดแก้วเก่า ขวดน้ำหอมเก่า ของเล่นเก่า
นาฬิกามือสอง อุปกรณ์เล็กน้อยๆ เกี่ยวกับพวกวิทยุเทป หรืออะไรก็เหอะ
เป็นที่น่าสนใจของผู้มาเยือนแผงเราทั้งนั้นแหละ....

   "น้อง..จำเจ๊ได้ไหม ที่ซื้อของน้องไปเืมื่อกี้"...อ๋อออ จำได้ครับ เ๊จ๊จะเอาอะไรเพิ่มดีละครับผม
มือที่หยิบนั้นหยิบนี่ ขึ้นมาดุ พลิกไปพลิกมา แล้วก็วาง มันก้ทำให้เราภูมิใจแล้วนะว่ายังมีคนที่สนใจสินค้า
สิ้นค้าที่หามาได้ ส่วนมาก ก็อยู่ภายในบ้านบ้าง นอกบ้านบ้าง ซื้อต่อมาบ้าง ราคาไม่แพงมากนัก
"เจ๊เหมาทั้งหมดนี่แหละ..ว่าราคามาเลย" ว๊ากกกกกกกกกกกกกก กร๊ากกกกกกกก จ๊ากกกกกกกกก
คิดว่าคงล้อเล่นแน่ " ห้าร้อยครับเจ๊ " ..อืมมม ลดให้เจ๊หน้อยน่าาาา "เจ๊จะให้เท่าไรดีหละ"
"400 ได้ไหม"... 450 เจ๊  สายตาที่มองจ้องกันแกมอมยิ้มนิดๆ วัดใจกันนิดหน่อย
"โอเค...ใส่ถุงมาน้อง" สายตาของแผงข้างๆและเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากแผงข้างๆ
นั้น มันทำให้เราอดปลื้มไม่ได้  "ทำไมพี่ฟลุ๊กอย่างงี้ว๊าาาา" น้องคนนั้นเอ่ยมาอย่างเหน็บแนม
วันนั้นไม่ขาดทุนแน่นอน เพราะการลงทุนครั้งนี้ ไม่มากเท่าที่ควร ต้องขอบคุณเจ๊คนนั้นมากๆ
ครับ มันเป็นวันที่ เหน็บหนาว ใต้ท้องฟ้าอันสดใส  ในยามราตรี ที่มากมายไปด้วยความตื่นเต้น

หากมีโอกาศอีกครั้งเราคงได้เจอกันนะ คลองหลอด





 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 

Facebook Comments