ผู้เขียน หัวข้อ: คืนทมิฬ  (อ่าน 2714 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฅนครบุรี

  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 590
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
คืนทมิฬ
« เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 12:12:08 PM »
  • Publish


  • ค่ำคืนที่สายฝนโปรยกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย
    ไหลรวมหยดเป็นเม็ดเกาะที่ชายคาหยดลงสู่พื้นเป็นจังหวะนั้น
    มันช่างเปรียบเสมือนดั่งเข็มนาฬิกานาทีที่เดินไปอย่างช้าๆ...

       สายตาที่จับจ้องอยู่นั้นเพียงหวังให้สายฝนเป็นใจให้บ้างสักคราหนึ่ง
    ในใจนั้นอยากจะถอดนาฬิกาที่ข้อมือนั้นทิ้งเสียเหลือเกิน
    เสียงกระซิบมันคอยเตือนว่าเวลาคุณไกล้หมดแล้วนะ ตลอดเวลาที่รอคอยู่.

       หมวกโม่งสีดำที่พับครึ่งใบสวมทับไว้แค่ชายคิ้ว กับสายตาที่จับจ้องที่อะไรบางอย่าง
    เสื้อลายพรางทหาร ที่ซื้อมาจากเพื่อนทหารอีกทีสวมทับเสื้อยืดสีดำคอกลมไม่ติดกระดุม
     "หึ...ใช่ซิเรามันคนบ้านนอกบ้านนานี่" เสียงสบถปนน้อยใจในชีวิตเล็กน้อย
    เขานั่งลงพร้อมกับพ่นควันโอสถมวนออกมาอย่างสะใจในแนวคิด...

       สายฝนซาเม็ดลงดังที่ตั้งใจคอย เขาใจชื้นขึ้นมาทันทีที่เห็นเช่นนั้น
    เขาแสยะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย นัยย์ว่าคืนนี้ต้องให้รางวัลกับตัวเองบ้างแล้ว
    เท้าขวาที่ก้าวออกจากชายคาหลบฝนอย่างมั่นใจ  แต่ทันใดนั้นเอง
    เขาต้องตกใจสุดขีดเสียจริตอย่างไม่เคยมาก่อน
    พร้อมตะเบ็งเสียงออกมาอย่างไม่อายฟ้า... " แหกกกกกกกกกกกก ๆ.." ให้ตายซิ
    อารามตกใจ เท้าที่ย่ำบนดินโคลน ทำให้เขาลื่นหงายหลังลงไปนอนคลุกโคลน
    พลันตะเกียกตะกาย หลบเข้าชายคาเช่นเดิม กับเสียงหอบหายใจถี่ๆ...

       สายฟ้าหลังฝนตกนั้น ใครก็ย่อมรู้ดีว่า มันรุนแรงมากแค่ไหน เสียงของมัน
    ทำให้เขาเสียจริตอย่างสิ้นเชิง เขานึกในใจ "นี่ดีนะไม่มีใครเห็น"
    หลังจากตั้งสติได้แล้ว เขาก้าวเท้าขวาออกมาเช่นเดิม พร้อมสายตาที่แอบมองขึ้นฟ้า
    เพียงแค่ข่มใจตัวไม่ใ้ห้ตื่นตระหนกเท่านั้น...

       ตะข้อง พร้อมไฟฉายติดหัว  ที่เตรียมมาเป็นอย่างดีเขาเอาออกมาใช้งานทันที
    กางเกงขาสามส่วน รองเท้าที่ถอดไว้ในกระท่อมในใจก็คิดกลัวหายเหมือนกัน
    เพราะเดียวนี้รองเท้าตราช้างดาวมันหาซื้อไม่ได้แล้ว..."ฮ่าขั่วมันเอ้ย"
    เขาเดินเท้าเปล่า ไปสู่ทุ่งกว้างข้างหน้า สายตาที่ต้องเบิกกว้างกว่าเดิมนั้นจับจ้องไปยังบางสิ่ง
    ที่สะท้อนกับแสงไฟเป็นแววๆ หูสองข้างกางผึ่งคอยฟังเสียงร้องของมัน ว่าอยุ่ในโซนไหนแน่

       และแล้ว " ฮ่าๆๆ ... สูบ่ต้องฮ้องดังดอก มาให้จับสาดีๆ มื้ออื่นเช้าซิต้มแซ็บใส่ใบขามอ่อนซดน้ำคักๆเบิ๊ง "
    บ่อน้ำขังหลังฝนตกน้อยๆ มีอึ่งอ่างน้อยลอยคอเต็มไปหมด "เมียบ่ด่าตูแล้วววววมื้อนิ ฮ่า ๆๆ"

       เขาเดินจากบ่อน้ำน้อยนั้นไปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องกับตะข้องที่หนักพอควร
    พร้อมคิดวางแผนใวในใจลึกๆที่ใครหารู้ไม่
    ระยะทางไม่ถึง 3 กิโลเมตรนั้นเขาใช้เวลาเดินเพียงไม่นานนักก็กลับเข้าถึงบ้านน้อยๆของเขา
    ทันใดนั้นเอง " มันอิหยังวะนั่น " เสียงหัวใจที่เต้นแรง มันสะเทือนไปยังไฟฉายที่ติดอยู่กับหัว
    สายตาที่เบิกกว้างจ้องมองสิ่งที่เห็นเป็นเงาดำทมึนไกลๆ
    พร้อมคำถามในใจมากมาย ว่านั้นมันอะไรกัน...

      บ้านทรงทั่วไปตามบ้านนอกนั้น มีรั้วกันเป็นเสากระทู้ ตีกั้นด้วยไม้ไผ่ขัดแตะเป็นช่วงๆ
    เพียงแค่หนึ่งถึงสองทุ่มนี่ก็มืดเสียจนมองอะไรไม่เห็นแล้ว และนี่ก็เพียงสองทุ่มเท่านั้นเอง
    เมียสุดที่รักของเขานอนอยู่ในบ้านนั่น...

       เงาทะมึนเหมือนคนยังสงบนิ่งที่ข้างรั่ว สายตาของเขาที่มองเห็นไม่ค่อยชัด
    กอปรกับไฟฉายที่หัวเริ่มหรี่ลงเพราะถูกใช้งานมานานพอควร
    ความไม่แน่ใจของเขา บวกกับความกลัวเบื้องต้นนั้น
    เขาจึงเอ่ยคำๆนึงออกไปเบาๆ " ไผวะ " 
    ไม่มีคำตอบจากสิ่งนั้น และเขาต้องเสียจริตจิตสั่นขวัญผวาหน้าซีดเป็นไก่ต้มอีกระรอก
    เมื่อสิ่งนั้นที่เขาเห็น ไม่ได้พูดจาว่ากล่าวอะไร กลับขว้างบางสิ่งใส่เขาเข้าที่หน้าอย่างจัง
    เมื่อหายตกใจพลันเขาก้มมองดูสิ่งที่กระทบหน้าเขาเมื้อกี้ ...

       นกเค้าแมว ที่ถูกทะลวงอกเลือดสาดนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น สายตาที่เบิกโพลง
    กับใจที่่เต้นรัวหนักกวั่าเดิม
    เขารีบเงยหน้ากลับมามองหาเจ้าสิ่งเืมื่อกี้อีกครั้ง  !มันหายไปแล้ว...

       เขาไม่คิดอะไรให้มากมาย อีกไม่กี่สิบเมตรก็จะเข้าบ้านแล้ว
    เขารีบจ้ำอ้าวอย่างไม่รอช้า ใต้ถุนบ้าน มีเพียงแคร่นั้งเล่น
    กับอุปกรณ์การเกษตรวางอยู่ บันไดห้าขั้นนั้นมันไม่ชันนัก
    เพียงพริบตาเดียว เขาก็ขึ้นถึงชานบ้านแล้ว " นาง ๆ ตื่นๆ "
    เสียงเรียกที่สั่นรัวของเขายังไม่เพียงพอที่จะทำให้เมียสุดที่รักของเขาตื่นขึ้นมาได้
    ดังนั้นแล้วเขาจึง ยกเท้าถีบประตูทันที  พอดีกับเมียสุดที่รักลุกขึ้นจะมาเปิดประตู
    ขอบประตู ดีดเข้ากับหน้าผาก ปาก จมุก สลบเหมือดลงไปกองกับที่นอนดังเดิม
    ประตูไม้ที่ทำด้วยไม้ไผ่ขัดแตะ หลุดออกอย่างง่ายดายอะไรเช่นนี้

       สิ่งที่เขาทำลงไปนั้น เขาไม่รู้หรอกว่าเกิดความเสียหายแค่ไหน
    " นางๆ ตื่นๆ คนหยังวะนอนเข่เซาแท้ๆ " หลังจุดตะเกียงเพียงทำให้เกิดแสงสว่าง
    พลันก็หันมาปลุกเมีย สองมือที่เขย่าตัว แล้วก็จับตัวหล่อนหันมานอนหงาย
    แสงสว่างจากตะเกียงทำให้เขาเห็นอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เขาคิด

       เลือดที่ไหลกลบปากของเมียนั้น ทำให้เขาคิดหนักเข้าไปใหญ่
    " เฮ้ย....นี่โตไปเฮ็ดหยังมานิ หืออ คือมีเลือดติดยุปากเจ้า "
    เพียงเสี้ยวที่ตะวาดออกไป เมียของเขาก็ฝื้นจากสลบขึ้นมา พร้อมอาการงัวเงีย
    พลันถาม " มีหยังเกิดขึ้นอ้าย " 

       ครอบครัวหนุ่มสาวสมัยนั้น ก็เพียงกระต๊อบเล็กๆ มีห้องนอนเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด
    ครัวก็อยู่ที่นอกชานนั้นแหละ

       สายตาเบิกกว้างของเขาจับจ้องเลือดที่ปากของเมียสุดสวาท
    ในใจคิดแต่เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เขาจะเข้าบ้าน
    " ให้ตายซิ นี่เมียเราเป็นปอบหรือนี่ "เพียงเสี้ยวคิด
    พลันเมียสุดสวาทตะคอกเสียงดังทันที
    " อ้าย...เจ้าเป็นอิหยังนิ "  เขาตกใจผงะหงายหลังไปติดฝาบ้าน
    ตะข้องที่เต็มไปด้วยอึ่งอ่าง คว่ำลงพลันอึ่งอ่างกระโดดโลดเต้นเต็มประตูบ้าน
    เจ้าเมียเห็นดังนั้น จึงรีบลุกขึ้นพยามที่จะจับอึ่งใส่ตะข้อง เพื่อไว้ทำอาหารเช้า

       แต่แล้ว ผัวเจ้ากรรมคิดว่าเมียสุดที่รัก จะจัดการเขาแน่แล้ว "อย่า ๆๆเข้ามา" เขาตะโกน
    พร้อมมือขวาของเขา ชักมีดอีเหน็บออกจากฝักหลับหูหลับตากระซวกใส่เมียสุดที่รักอย่างเหมาะเหม็ง
    มีดของเขาปักเข้าที่หน้าท้องของเมียสุดที่รักมิดด้าม  ซึ้งในมือของเมีย ยังจับอึ่งได้ตัวเีดียวอยู่เลย
    ตาของเขายังเบิกกว้าง ค้างเติ่งอย่างไม่ลดละ จดจ้องมองที่เมียสุดที่รักไว้ อย่างไม่ละสายตา...

       สายตาของเมีย บ่งบอกถึงความอ่อนโรย ไร้เรี่ยวแรงจะพยุงตัวไว้ ร่างนั้นฟุบลงมาหาเขาช้าๆ
    พร้อมคำพรรณาที่พรั่งพรูออกจากปากทั้งสอง

     ผัว - นางเฮ็ดอิหยังคือมีเลือดติดปาก
     เมีย - ก่าอ้ายถีบประตูเข้ามาถืกน้องนี่หละจ๊ะ
     เมีย - แล้วอ้ายคือเฮ็ดกับน้องแบบนี้
     ผัว - อ้ายคิดว่าน้องเป็นปอบซิกินอ้าย
     เมีย - อ้ายคือบ่ถามน้องแน
     ผัว - อ้ายถามแล้วแต่นางทันตอบอ้าย

       ก่อนสาวเจ้าจะสิ้นใจ ก็ได้พูดคำสุดท้ายทิ้งไว้ "อ้ายอย่ากินมันเด้อ อึ่งอ่างนั้น"
    แล้วสาวเจ้าก็สิ้นใจไป

       น้ำตาที่ไหลออกมาจากตาของเขาอย่างไม่ตั้งใจนั้น มันไม่มีคำบรรยายใดอีกแล้ว
    เขาวางเมียสุดที่รักลง  พร้อมลมหายใจรวยรินของเขา ...
    เหล็กแหลมที่เหน็บไว้ข้างฝาบ้าน มันเสียบเข้าชายโครงเขาทะลุไปอีกด้าน
    ในช่วงที่เขาตกใจผงะถอยหลัง นั้นเอง....

       เขาค่อยๆ เทเอาอึ่งอ่างออกจากตะข้องออกให้หมด ปากก็พร่ำ..
    "สูเจ้าไปสาเถาะ มื้อนี้ หรือมื้อหน้า อย่าได้มีเวรมีกรรมต่อกันอีกเลย ไปสา"

       โลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนเลยนะ....
    ก่อนที่เขาจะฟุบ แสงตะเกียงเริ่มหรี่ลง ตาของเขาเริ่มปิด ที่ละน้อยๆ พลันมีเสียงเรียกไกล้ๆ
    " พี่....พี่คมคาย ตื่นเหอะ นี่ก็สายแล้วนะไปทำงานได้แล้ว "
    เอ้า...นี่ผมหลับฝันไปหรือนี่...ให้ตายซิ.......(ฮาขั่วเมิงเอ้ย)





    ออฟไลน์ เกี้ยว

    • เพียงเราเข้าใจ หนักหนาแค่ไหนไม่ทดท้อ
    • *
    • กระทู้: 100
    • เพศ: หญิง
    Re: คืนทมิฬ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2012, 07:49:56 PM »
  • Publish

  • 555555555  นั่งอ่านนั่งลุ้นซะน้ำลายไหลย้อยเลยตรู55555555555555
    ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมหวลยวลจิตไซร้  ไป่มี

    ออฟไลน์ ฅนครบุรี

    • Hero Member
    • *
    • กระทู้: 590
    • เพศ: ชาย
    • ฉันยังอยู่
      • www.chababaanna.com
    Re: คืนทมิฬ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2012, 10:56:37 AM »
  • Publish
  • เขียนไปได้ไง  งง

    ออฟไลน์ ฅนครบุรี

    • Hero Member
    • *
    • กระทู้: 590
    • เพศ: ชาย
    • ฉันยังอยู่
      • www.chababaanna.com
    Re: คืนทมิฬ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2012, 09:17:07 PM »
  • Publish
  • หะแรกเลยว่าจะเขียนสั้น ๆ หักมุมเล่นๆ นี่ดันออกมาซ๊ะ ยืดไปนิด (เดี๋ยวเอาไปทำพ็อคเก็ตบุ๊ก)

     

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 

    Facebook Comments