ผู้เขียน หัวข้อ: <<<ตรัสรู้>>>  (อ่าน 1180 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฅนครบุรี

  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 590
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
<<<ตรัสรู้>>>
« เมื่อ: ธันวาคม 08, 2012, 11:37:12 AM »
  • Publish


  •                               "ตรัสรู้"






    วันนั้นเป็นวันขึ้น  ๑๕ ค่ำเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ครั้นตะวันบ่ายคล้อย
    พระองค์ก็เสด็จมายังโคนต้นศรีมหาโพธิ์  ประทับนั้ง ณ โคนต้นม้ใหญ่นั้น
    มีคนหาบหญ้าชื่อ นายโสตถิยะ ได้นำหญ้าคาจำนวนแปดกำมาถวายให้พระองค์
    ได้รองนั่งบำเพ็ญความเพียร

       เมื่อทรงนั่งแล้ว ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ว่า การประทับนั่งครั้งนี้เป็นการนั่งครั้งสุดท้าย
    ทรงตั้งสัจจะว่าจะทุ่มากำลังทั้งหมดทำความเพียรไม่ย่อท้อ แม้เลือดเนื้อจะแห้งหายไป
    เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก หากมิได้ตรัสรู้ธรรมใด ๆ ก็จะไม่ลุกขึ้นจากบัลลังก์เป็นอันขาด

       ด้วยความมุ่งมั่น และการรักษาจิตของพระองค์อย่างมั่นคง จึงทรงบรรลุธรรมเป็นลำดับ
    ทรงบรรลุฌานต่างๆได้ ทรงสัมผัสรู้ชัดด้วยสมาธิที่แท้จริง ได้ทรงรู้แจ้งตลอดถึงภูมิหลัง
    แห่งชีวิตมนุษย์ และสัตว์อย่างละเอียด รู้ถึงความเป็นจริงของทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์
    การทำความทุกข์ให้ดับไป นับว่าได้ทรงดำเนินมาถึงทางหลุดพ้นได้โดยสมบุรณ์
    นับว่าสิ้นสุดการเดินทางถึงแล้วซึ่งจุดหมายที่ได้ทรงพยายามมาเป็นเวลานานถึง ๖ ปี

       ณ วันที่ทรงตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงพระชนมายุ ๓๕ พรรษา
       ก่อนที่จะตรัสรู้นั้น ตามตำนานเล่าว่า พระองค์ทรงพบ กับการต่อต้านจากพญามาร
    ผู้ซึ่งไม่ปรารถนาจะให้พระองค์ประสบความสำเร็จ โดยพญามารได้ยกพลมาล้อม
    พระองค์ไว้ทั้ง ๔ ด้าน ตัวพญามารเองขี่ช้าง ชื่อ ศิริเมขล์ เนรมิตแขนถึงพันแขน
    ต่างถืออาวุธนานาชนิตทเขามาห้อมล้อมพระองค์ไว้ แล้วบันดาลให้เกิดพายุ เกิดฝน
    เกิดน้ำท่วม ธารไฟ โคลน ทราย แต่จะทำประการใดก็ไม่สามารถจะทำร้ายพระองค์ได้
    จึงเข้าไปกล่าวไล่โดยตรงว่า "สิตธัตถะ ท่านจงลุกขึ้นบัลลังก์นี้ไม่ควรแก่ท่านบัลลังก์นี้ควรแก่เรา"

       พระองค์ตอบพญามารว่า พระองค์ได้บำเพ็ญเพียร บำเพ็ญทาน มาหลายชาติแล้ว
    และทรงชี้ลงไปยังพื้นปฐพีว่า พระแม่ธรณีเป็นพยานได้ว่า น้ำทักษิโณทกที่พระองค์ทรง
    หลั่งลงพื้นปฐพีมากล้นเหลือคณานับ เชิญแม่พระธรณีเป็นพยาน
    แม่พระธรณีไม่อาจนิ่งอยู่ได้ จึงบันดาลเป็นรูปหญิงงามผุจมาจากพื้นดิน
    ยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์เจ้าชายสิตธัตถะ พร้อมทั้งบีบมวยผมเป็นน้ำไหลออกมามากมาย
    ไหลท่วมท้นพญามาร และพลมารทั้งหลาย ประกาศว่าเจ้าชายสิตธัตถะได้สร้างบุญกุศลไว้มากมาย
    น้ำทักษิโณทกที่หยาดหยดลงบนพื้นดินนั้น ได้ชุ่มอยู่ในมวยผมของเราเห็นประจักษ์ดังนี้

       พญามารและพลมารทั้งหลายก็พ่ายแพ้แก่พระองค์ พากันหลีกหนีไปสิ้น
       ตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา เกี่ยวกับพญามารที่มาขัดขวางการตรัสรู้ของพระองค์นั้น
    เป็นเรื่องที่จะเสริมพระบารมีของพระองค์ ตามลักษณะของ บุคคลาธิษฐาน
    (คือการยกบุคคลมาเป็นที่ตั้งในการบรรยาย)
    คำพรรณนาถึงพญามารที่ได้กระทำการต่อต้านด้วยประการต่างๆนั้น
    พญามารเปรียบเหมือนกิเลส ที่เกาะกุมรบกวนจิตใจของพระองค์ให้ท้อถอยต่อการบำเพ็ญสมาธิ
    แต่เมื่อพระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ ไม่ปล่อยให้ลอยไปตามกระแสกิเลส
    ต่อไป ก็ทรงควาบคุมพระทัยให้ทวนกระแสกิเลสจนได้รับความสำเร็จ
    ตรัสรู้ธรรมวิเศษ เป็นพระพุทธเจ้า ในที่สุด


     

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 

    Facebook Comments