ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:


๔๕ ปี แห่งการเผยแพร่พระธรรม (อ่าน 1399 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com

๔๕ ปี แห่งการเผยแพร่พระธรรม



  หลังจากได้สาวกรุ่นแรกคือ เบญจวัคคีย์แล้ว พระพุทธองค์ก็ได้แสดงธรรม
แก่คนทั่วไปโดยไม่ถือชั้นวรรณะ ทำให้ได้สาวกอีกมาก และขยายวงกว้างไปทั่วแคว้นมคธ
แคว้นใกล้เคียง ธรรมะของพระองค์ได้แพร่ไปทั่วเอเชีย นับตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น
เกาหลี พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และยังได้ส่งสาวกไปเผยแพร่ธรรมะในแคว้นต่าง ๆ
ของอินเดีย

   ตลอดเวลาพระองค์ได้ทรงเทศนาสั่งสอนประชนด้วยพระองค์เอง
การเสด็จไปในที่ต่าง ๆ นั้น เสด็จโดยพระบาท ไม่มียานพาหนะใดๆ
เหมือนสมัยนี้ พอถึงฤดูฝนก็จะทรงหยุดพักจำพรรษาตามวัดที่มีผู้สร้างถวาย
เช่น เวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ที่พระเจ้าพิมพิสารถวาย หรือที่ป่ามหาวัน
ใกล้กรุงเวสาลี หรือที่วัดเชตวันมหาวิหาร ที่อนาถบิณฑกะเศรษฐี
สร้างถวายใกล้กรุงสาวัตถี ซึ่งเป็นที่ที่ทรงประทับอยู่นานถึง ๑๕ ปี
เสด็จโปรดปวงชนอย่างไม่หยุดยัง

   เมื่อพระพุทธองค์ทรงสั่งสอนประชาชน ทรงคำนึงถึงว่า บุคคลนั้น
ต่างกัน บ้างก็ฉลาดมาก ฉลาดน้อย บ้างก็โง่
พระองค์จึงเปรียบบุคคลเหมือนบัว ๔ เหล่า คือ
เหล่าที่ ๑ คนที่ฉลาดมาก เสมื่อนบัวที่โผล่เหนือน้ำ พร้อมที่จะเบ่งบานรับแสงอาทิตย์
เหล่าที่ ๒ คนที่ฉลาดน้อยกว่า เสมื่อนบัวที่ปริ่มน้ำ ยังไม่พร้อมที่จะบาน
เหล่าที่ ๓ คนที่สติปัญญายังน้อยอยู่ เสมือนบัวที่อยู่ใต้น้ำ
เหล่าที่ ๔ คนที่โง่ไม่สามารถจะรับฟังธรรมได้ เสมือนบัวที่จมอยู่ใต้โคลนตม
เป็นเหยื่อแก่เต่า ปู ปลา

   ดังนั้นธรรมะของพระองค์ จึงมีระดับตั้งแต่ปฏิบัติง่ายๆไปจนถึงยาก
แตะละระดับท่านก็แจกแจงไว้อย่างระเอียดละออถี่ถ้วนเป็น อกาลิโก คือทันสมัยเสมอ
แม้จะผ่านมาสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว ธรรมะของพระพุทธองค์ ก็ยังใช้ได้ดี
เป็นความจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
   สำหรับชาวพุทธผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ก็ขึ้นอยู่ว่า สามารถปฏิบัติได้เพียงใด ซึ่ง อาจแบ่งได้ดังนี้
ผู้ที่ฉลาดมีความมุ่งมั่น ที่จะหลุดพ้นจากทุกข์ มุ่งปฏิบัติธรรมจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์
เรียกว่า นิพพานสมบัติ ผู้ที่มีความมุ่งมั่น แต่ปฏิบัติยังไม่ถึงขั้นนิพพาน
ก็จะบรรลุธรรมได้ฌานขั้นรองสูงสุดคือ อนาคามี เรียกว่า เทวสมบัติ หรือ สวรรค์สมบัติ
ผู้ที่มีความตั้งใจปฏิบัติธรรม ตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ แต่ยังไม่บรรลุธรรม
ขั้นสูง แต่สามารถอยู่ได้อย่างเป็นสุข เรียกว่าได้ มนุษสมบัติ สำหรับ นิพพานสมบัติ และเทวสมบัติ
เป็นธรรมะขั้นสูง ซึ่งหาคนบรรลุได้น้อย แต่ใช่ว่าจะหาไม่มี ที่ท่านบรรลุเป็นถึงอรหันต์
ตั้งแต่สมัยพุทธกาลถึงบัจจุบัน โดยเราไม่รู้ก็มีไม่น้อย เพราะท่านที่ปฏิบัต์ได้จนสำเร็จนั้น
ไม่ได้มาบอกให้ใครทราบ
   จนกระทั่งถึงปี ๔๕ นับแต่ทรงตรัสรู้เป็นต้นมา พระพุทธเจ้าได้ทรงมองสังขารว่า
จะต้องแตกสลายไปเป็นธรรมดา ทรงเตือนบรรดาสาวกว่า วัยของพระองค์แก่แล้ว
ชีวิตเหลือน้อยลงและทรงได้ละกิเลส อันเป็นเหตุสร้างภพ สร้างชาติได้เด็ดขาดแล้ว
จะไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป ความแก่ ความตาย จะไม่มีอีก จะทรงอยู่เหนือความเกิด
แก่ เจ็บ ตาย ตลอดไป และทรงได้ตรัสบอกกับพระอานนท์ ณ ปวาลเจดีย์
ว่า นับจากนี้อีก ๓ เดือน พระองค์จะปรินิพพาน (เรียกว่าทรงปลงอายุสังขาร)
  


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 

Facebook Comments