ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:


หวงซีเกียง...เสี่ยวสะท้านภพ (อ่าน 2703 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
"ถึงดื่มเหล้าเมาหนักก็รักน้อง ไม่เป็นสองรองใครในทั่วหล้า
แม้นหญิงอื่นหมื่นใดในธารา  มิอาจหามาเทียบเท่าเจ้าคนเดียว"


"อุบ๊ะ...ให้ดิ้นตายซิเพื่อนข้า  เจ้าไปกินอะไรมานะ ทำไมถึงได้จ้าวคารมยังงี้" ภู่กันร้อยเล่ห์ พูดสรรเสริญเพื่อนรัก
อย่างออกหน้าออกตาเสียนี่กระไร
 "เพื่อนข้า...มันมิได้เกิดขึ้นง่ายๆ นักหรอกกับอารมณ์เช่นนี้ เหล้าหนึ่งจอกสามารถบอกอารมณ์ได้เลยเชียวนะ"
สหายตืออ้วน ที่เพิ่งกระหน่ำนารีแดงจอกนั้นลงคออย่างไม่แยแสต่อกับแกล้ม  พลางเอ่ยประโยคนี้ออกมาให้
ภู่กันร้อยเล่ห์ ฟังอย่างจริงจัง...

ณ.โรงเตี้ยมเมรี..
...สหายตืออ้วนและสหายภู่กันร้อยเล่ห์กำลังสุขสำราญกับการตะบันนารีแดงอันลือชื่อแห่งแคว้นประชาชื่น
ในวันนักขัตฤกษ์ แห่งกรุงสยาม... โดยมิแคร์สื่อใดๆ"   ให้ตายซิ"
พลันประตูโรงเตี้ยม(เก่าๆ) ปิดโครมอย่างไม่มีเหตุผล
ประหนึ่งมีใครเอาส้นเท้าอันแข้งกระด้างที่มิได้ผ่านการขัดหรือทายาให้อ่อนนุ่มผลักแรงๆ ปิดซ๊ะอย่างนั้นแหละ
..."แหกๆ" เสียงใครคนนั้นที่นั่งใกล้ๆ อุทานออกมาด้วยความตกใจ..
สองสหายจ้องตากันด้วยความฉงนพร้อมคำถามจากสหายตืออ้วน "ปิดได้จังได๋ งงจุงเบย"(พร้อมหน้าตาที่คิขุ)...
ออยน้อ ปอบถั่งเอ้ย....

  อาวุธลับ พร้อมประจัญข้าศึกที่ประสงค์มิดีนั้นพร้อมปล่อยออกมาจากชายเสื้อของทั้งสองสหาย ที่พร้อมอยู่แล้ว
ทันใดนั้นเอง.."เสี่ยวเอ้ย..อุ๊ย..เสี่ยวเอ้อ ข้าขอลาบงัวหนึ่งที่เลือดไม่ต้องเดี๋ยวข้าใส่เอง นารีแดงด้วย"
ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว ฟันเหลือง ผมยาวประบ่า หน้าตาหล่อเหลาเอาถ่าน ในมือถือพัด
มาดเจ้าชายแคว้นร้อยเอ็ด และสายตาที่เขม็งเกรียวดังว่าจะกินหัวใครในนั้นเสียให้ได้..

"สงสัยวันนี้ข้าต้องได้ออกแรงเสียกระมัง"... สหายตืออ้วน เอ่ยอย่างเป็นกังวลกับภู่กันร้อยเล่ห์พร้อมกระหน่ำนารีแดงลงคอ
"อืม...ข้าว่าไม่หรอก เจ้านั้น ข้าเคยประมือมาแล้ว อาวุธของเจ้านั้น ..ข้า  มิอาจทานได้จนต้องถอยร่น”
ภู่กันร้อยเล่ห์กล่าวอย่างขึงขัง พลางนารีแดงจอกนั้นก็ถูกกระหน่ำลงคออย่างไม่ยั้ง ตามด้วย บักขามเปียก.. ออยยส้ม..
"อะไรคืออาวุธลับสุดยอดของเจ้านั้น" สหายตืออ้วนโพ้งออกมาแบบให้ความสนใจอย่างแรง
ความอยากรู้ของสหายตืออ้วนพร้อมหน้าตาดั่งแมวสงสัย.....

"พัดลวนลาม"  สหายภู่กันร้อยเล่ห์เอ่ยเฉลยทันควัน... แต่ทันใดนั้นเอง
"ฮว่า ๆๆๆ  พัดลวนลาม เป็นไปได้จั่งได๋ว๊าาาาาาาาาาา เอิ๊ก พร้อมนารีแดงที่ถูกตะบันลงคอ"  ให้ตายซิ

"...มาแล้วจ้าาา ลาบงัวบ่ใส่เลือดที่ท่านสั่ง" เมรี..เจ้าของโรงเตี้ยมที่สวมวิญญาณเสี่ยวเอ้อ ยกอาหารมาเสิร์ฟ
พร้อมกับคำถามที่คุ้นเคยจากที่ใดที่หนึ่ง "จะรับขนมจีบสาลาเปาเพิ่มบ่คร่าาาา" ฮาาา ตรูว่าแล้ว

แต่ทันใดนั่นเอง น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดจากใครคนนี่้ตะเบ็งออกมาอย่างไม่ยั้ง
"แล้วนี้ไผปิดประตู้หน้าต่างหาซ๊ะแตกหยัง หือ....ฮู้บอ นี่บ่แม๊นอาลาสก้านะเว้ยเฮ้ย ซิได้ปิดประตูหน้าต่างหาความอบอุ่น"
พลันจอมยุทธทั้งสามสะดุ้งโหยง สองมือที่ยุ่งกับการหยิบนารีแดงและกับแกล้มใส่ปากอย่างไม่ยั้งเพื่อกลบเกลื่อน..
"อย่าให้จับได้นะ ว่าเป็นไผ..เอ้้ย..เป็นว่าใคร" ประโยคสุดท้ายของเมรี ที่ทิ้งไว้ให้คิดก่อนเดินจากไป..

...ณ.ถนนหลวงหมายเลข ๗..
สองนรีที่ย้ายถิ่นฐานไปเสี่ยงดวงทางฝั่งบูรพาเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น
บัดนี้..ตั้งใจจะไปเยี่ยมสหายที่ไม่ได้พ้อ..เอ้ย..ไม่ได้เจอกันนานแล้ว
การเดินทางนั้น ก็ไม่ได้แสนลำบากอย่างที่ใครว่ากัน สองนรีนั้นมีวิชาตัวเบาไม่เป็นสองรองใคร (ก็ผอมกร่องอย่างนั้น)
การเดินทางก็เลยจำต้องอาศัย ลา  เป็นพาหนะในการเดินทางครานี้ หากแม้นขี่ม้าไปนั้น
คงไม่แคล้วต้องโดนตำรวจทางหลวงดักจับเอาผลงานเป็นแน่แท้ (น่าน..คนเขียนก็เขียนไป)
“คนเขียนนี่วอนสาแร้ว” หนึ่งในสองนารีนั้นเอ่ยออกมาอย่างเจ็บใจ กระนั้นก็ยังมิวายที่อีกคนจะสมทบมา
“เฮาก่าวาซั่นหละหมอ”  

ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน ตกลงกันว่าจะไปเยี่ยมสหายรักอีกคนหนึ่งทางฝั่งตะวันตก
ที่ยังไม่รู้ว่าอยู่หม่องใด .. เอ้ย ..ตรงไหนซิ  เพราะว่าพลัดพรากจากกันมานานแรมปี มิได้ติดต่อกันเลย
กินรีบูรพา และ บุ๋นบูรพา นั่งหลังลาพลางฮัมเพลงฮิตติดชาร์ตอันดับหนึ่งแห่ง ชบาบ้านนาเรดิโอ อย่างสุขใจ
ไร้ซึ่งทุกข์ใดมาเจือปนไม่  แต่ทันใดนั่นเอง พลันสองสหายสาวนั้นต้องตกใจเสียจริตอย่างคาใจ
เมื่อมีใครไม่รู้ เป็นชาย ตะกายออกมาจากพุ่มไม้ข้างทาง ท่าทางสง่า นัยย์ตาถคุุณทึง ยืนจังก้า
หน้าด้าน ขวางหน้าสองเสา  เอ้ย..สองสาวเอาไว้  พร้อมกับคำถามงี่เง่าที่สุด “มีแฟนแล้วไป๋”
(ออยย...บักบ้า ตรูบ่ทันได้ให้ถามเลย คือฟ้าวแท้ว๊า ถามใหม่แน...)
โจร 300 (ค่าแรงขั้นต่ำ) ที่คอยปล้นสะดมจากใครหลายๆคน ที่ผ่านมาทางนี้  แต่ครานี้
หาใช่เจ้าโจรสามร้อยนั่นจะกระทำตามใจได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อมาเจอกับสองสาวสุดแสบแห่งลุ่มน้ำบูรพา
และคำถามที่ต้องถามใหม่ ด้วยน้ำเสียงที่เข้มปั๊ด “มีอิหยังโส่งมาห่ายเหมิด”  (ออยย หน่ายบักโจรนี่เด้)
กับสีหน้าที่เข้มปัดเพราะแดดร้อนนั้น กระบี่ในมือที่ชี้เด่มาทางสองสหาย หมายปลิดชีพหากมิยอม
“ฮว่า...ฮา..เอิ๊ก” บุ๋นบูรพา ปล่อยฮาออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเจ้าโจรนั้น พลันมีคำถามใกล้ๆหูจากสหายรักนั้น
“โตหัวหยังหมอ กลางดงพงไพรจังซี่ หาได้มีเรื่องขบขันเด้หละ ไว้หน้าโจรเพินแน”  อั๊ยยะ....บุ๋นบูรพาตีสีหน้า
เข้มนิดนึงพร้อมคำตอบสั้น ๆ “ ก็เอ๋งมิมีอ๋ายให่มันนั้นเด้ ฮว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”...

   บุ๋นบูรพาคิดการได้บางอย่าง จึงเอ่ยเช่นนั้นออกไป  
“บักโจรสามร้อย ข่อยบ่มีอิหยังให้เจ้าดอก เจ้าเก็บแฮงไว้ถ่าปล้นซุมตามหลังข่อยมาพุ้นเด้อ เงินจังหลาย”
“ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก” โจรสามร้อยตวาดเสียงแข็งอันทรงพลังใส่สองสหายนั้น บุ๋นบูรพาเดินกลับมาที่ลา
พลันมีคำถามจากเพื่อนรัก “ผ่านมาวางหั่นเฮาคือบ่เห็นมีไผ”  
“เจ้าโจรสามร้อยนั่นก่าบ่ฮู้คือกันหละหมอ”  บุ๋นบูรพา ตอบแบบยิ้มๆ แต่ทันใดนั่นเอง
“ว่าไง จะยอมให้ข้าปล้นดี ๆ หรือว่าจะต้องมีน้ำตาก่อน” แนะ..เจ้าสำนวนเสียด้วยซิ 555
“สงสัยข้าต้องเจรจาเองเสียแล้วหละ”  กินนรีบูรพา กล่าวพลางลงจากหลังลาอย่างสุขุม
ตรงเข้าไปหาโจรสามร้อยนั่น...
  
   การเจรจาครั้งนี้หาได้ราบรื่นไม่  จำต้องใช้วิธีการที่ กินนรีบูรพาถนัด  “ฮว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
(เอ๋า...หัวหยังน้อหมอนิแม๊ะ บ่ทันได้ให้บทเลย)
 “ฮว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าโจร...ในเมื่อเว้ากันบ่ฮุ้เรื่องก่าบ่ต้องเว้ากัน ” กระบี่ในมือที่ถือมานาน
และยังมิเคยชักออกมาระรานใครให้เสียจริตแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครานี้ คงต้องสำแดงเดชเสียแล้ว
กาลนี้  ดาบนั้นฉวัดเฉวียน รุกและรับอย่างไร้รอยต่อ ท่วงทีที่กินนรีบูรพาร่ายใส่โจรสามร้อยนั้น
พลิ้วไหวดุจสายลม หาได้เจ้าโจรนั้นเป็นต่อได้เลย เสียงศาตราวุธประทะกันสนั่นป่า พาให้บุ๋นบูรพา
สีหน้ามิดี เพราะความห่วงใยสหายรัก พลันประโยคจากละครน้ำเน่าก็หลุดออกมา”ระวังตัวด้วยนะ ว๊าย”
จากเสียงศาตราวุธที่กระทบกันสนั่นป่า บัดนี้กลับกลายมาเป็นเสียงหายใจหอบแรงๆจากทั้งสอง
และ....”ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกหนึ่งผลงานเพลงเท่านั้น  หากเจ้ารับมือข้าได้ข้าจะยอมให้เจ้าปล้น”
กินบูรพา เอ่ยและหอบ ต่อรองกับเจ้าโจรนั่น (หันใจเกือบบ่ทันแม๊ะหมอ) ....แน๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....
 
   “ได้” เจ้าโจรสามร้อยผู้ไม่เคยยำเกรงใคร กล่าวตอบอย่างมั่นใจ
แหละทันใดนั่นเอง “ละฮักเขาหลายอยากอายเว้า สมน้ำหน้าโตเฮาสมพื้นที่ใจง่ายยยย
เกิดเป็นคนมาโง่ฮ้ายให้เขาต้มจนเปื่อยเหม็น ฯ ”  เป็นไงละแม่สาวน้อย
“ไม่ได้กินข้าหร๊อก เจ้าโจรสามร้อย ฮ่ว่า...ฮว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  กินนรีบูรพาหัวร่อร่ากับท่าทาง
ที่กินขาดบาดใจหนุ่มๆ  “เจ้าคอยรับมือข้าบ้างเจ้าโจรเอ๋ย”  กินรีบูรพาเอ่ย
พร้อมกันนั้นเอง  “เดือนเอ๋ยเดือนเพ็ญ ล่องลอยเด่นอยู่ท้องนภา หมู่ดาวพร่างพราวแสงจ้า
เชิญชาวบ้านมหาร่วมกันมารำวง” ...

   และแล้ว “ว๊ากกกกกก ...ข้ายอมแล้ว ไฉนวิทยายุทธท่านถึงได้ฉกาจฉกรรจ์ถึงเพียงนี้
โดยเฉพาะ ท่าเซิ้งกระติ๊บของท่านมันทำให้ข้าใจจะขาด พวกท่านทั้งสองไปเถอะ
ข้าใจจะขาด ทนไม่ได้จริงๆ ให้ตายเถอะ จริงๆ”

อาวอ้วนเมืองยศ

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • กระทู้: 41
  • เพศ: ชาย
สหายข้า ใยเจ้าเก็บตัวซ่อนเร้น เยี่ยงมังกรหลับเช่นนี้เล่า เมื่อไหร่มังกรหลับจักออกสู่ยุทธภพสักที
ข้าว่าเราต้องจัดงานชุมนุมยุทธภพแล้วละ

TIGGER

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • เป็นคนดีทุกวันที่เหลืออยู่ เพราะไม่รู้จะอยู่บนโลกนี้ได้อีกกี่วัน
  • กระทู้: 92
  • เพศ: หญิง
  • เป็นคนดีทุกวันที่เหลืออยู่ เพราะไม่รู้จะอยู่บนโลกนี้ได้อีกกี่วัน
ฮ่าๆๆๆ กินรีบูรพาพะนะ ฮิ้ววว

ฅนครบุรี

มากกว่า ออฟไลน์
  • *
  • Hero Member
  • กระทู้: 594
  • เพศ: ชาย
  • ฉันยังอยู่
    • www.chababaanna.com
555 เสี่ยวข้า นี่เป็นเพียงตอนหนึ่งเท่านั้น ยังมิทันจบดอก
และอีกมินานนัก ที่ข้าจะตวัดภู่กันให้สนั่นเมืองเลยเชียว...


..คือบ่หมอ กินนรีบูรพา
บุ๋นบูรพา...เป็นหมอสุ

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 

Facebook Comments