ชบาบ้านนา ชุมชนฅนกวี

ท้องทุ่งแห่งการแบ่งปัน

ข่าว:

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 [10]
91
photo show / wat sothon photo...
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ มกราคม 06, 2014, 08:59:16 PM »





...พวงมาลัยนี้ พอดีไหว้ปีใหม่ที่ทำงานครับ ก็เลยลองเลนซ์ดูว่า ฝีมือยังพอใช้ได้ไหม....






...ภาพนี้ พระอุโบสถหินอ่อน ที่ผมเพิ่งเคยเห็นครับ 555 หันหลังไปทางแม่น้ำบางปะกง





92
ภาพถ่ายดอกไม้..แจกฟรี / Free pictures of flowers. / Free pictures of flowers. ภาพถ่ายแจกฟรี4
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ ธันวาคม 24, 2013, 03:33:43 PM »






93
ร้อยกรองกวีกานท์ / Re: อาวอ้วน
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ ธันวาคม 20, 2013, 08:00:07 PM »
ป๊าสสสส หมอนิ เว้าเป็นตาลุโตนแทะ
94
ร้อยกรองกวีกานท์ / Re: อาวอ้วน
« กระทู้ล่าสุด โดย อาวอ้วนเมืองยศ เมื่อ ธันวาคม 19, 2013, 11:01:17 PM »
นานแล้วไม่ได้เข้ามาบ้านนี้ บ้านของตัวเองแท้ๆ เหมือนลูกชายที่ทิ้งแม่ยังงัยไม่รู้
ขอบคุณคุณเกี้ยววววว  อย่างมากสำหรับกาพกลอนเพราะๆ
95
สมุนไพรไทย / ย่านาง , Tiliacora
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ ธันวาคม 12, 2013, 10:49:57 AM »





ชื่อวิทยาศาสตร์
 
[/size]Tiliacora ; Trian dra (Colebr.) Diels [/font]ชื่อวงศ์ Menispermaceae ชื่อสามัญ (ภาคกลาง) เถาย่านาง, เถาหญ้านาง, เถาวัลย์เขียว, หญ้าภคินี (เชียงใหม่) จ้อยนาง, จอยนาง, ผักจอยนาง (ภาคใต้) ย่านนาง, ยานนาง, ขันยอ (สุราษฎร์ธานี) ยาดนาง, วันยอ (ภาคอีสาน) ย่านางอื่น ๆ เครือย่านาง, ปู่เจ้าเขาเขียว, เถาเขียว [/font]

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์


ต้น เป็นไม้เถาเลื้อย เกี่ยวพันไม้อื่น เป็นเถากลม ๆ ขนาดเล็ก เหนียว มีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเข้ม บริเวณเถามีข้อห่างๆ เถาอ่อน มีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่ผิวค่อนข้างเรียบ

ราก มีหัวใต้ดิน รากมีขนาดใหญ่

ใบ เป็นใบเดี่ยวคล้ายใบพริกไทย ออกติดกับลำต้นแบบสลับ รูปร่างใบคล้ายรูปไข่ หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว ๕-๑๐ ซม.กว้าง ๒-๔ ซม. ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาว ๑-๑.๕ ซม. ในภาคใต้ใบค่อนข้างเรียวยาวแหลมกว่า สีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน

ดอก ออกตามซอกใบ ซอกโคนก้าน จากข้อเถาแก่เป็นช่อยาว ๒-๕ ซม.ช่อหนึ่ง ๆ มีดอกขนาดเล็กสีเหลือง ๓-๕ ดอกออกดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ขนาดโตกว่าเมล็ดงาเล็กน้อย ต้นเพศผู้จะมีดอกสีน้ำตาล อับเรณุสีเหลืองอ่อน ดอกย่อยของต้นเพศผู้จะมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกมีขนสั้น ๆ ละเอียด ปกคลุมหนาแน่น ออกดอกช่วงเดือน เมษายนผลรูปร่างกลมเล็ก ขนาดเท่าผลมะแว้ง สีเขียว เมื่อแก่กลายเป็นสีเหลืองอมแดง หรือสีแดงสด และกลายเป็นสำดำในที่สุด

รสและสรรพคุณยาไทย ย่านางมีรสจืดเย็น มีสรรพคุณในการดับพิษร้อน รากย่านางสามารถใช้แก้ไข้ได้ทุกชนิด สรรพคุณทางยา

ราก ใช้แก้ไข้ทุกชนิด ทั้งไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ ไข้ทับระดู

ใบ แก้เบื่อเมา กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ แก้พิษเมา แก้อาการผิดสำแดง แก้ไข้กลับ แก้เลือดตก แก้กำเดา แก้ลม ลดความร้อน

เถา แก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่า ต้านมาลาเรีย ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ต้าน



การใช้ประโยชน์ทางยา ๑.รากแห้งใช้แก้ไข้ โดยใช้ครั้งละ ๑ กำมือ (หนัก ๑๕ กรัม) ต้มน้ำดื่ม ๓ ครั้งก่อนอาหาร ๒.สำหรับคนที่เป็นผดผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆ หรือไข้ออกตุ่ม ก็ใช้น้ำคั้นใบย่านางชโลมตามผิวบริเวณที่เป็น หรือผสมกับดินสอพองใช้ทาทิ้งไว้



การทำเป็นอาหาร ชาวไทยภาคอีสานและภาคเหนือนำใบย่านางมาใช้ประกอบอาหาร โดยเอาน้ำคั้นจากใบทำน้ำแกง คือแกงหน่อไม้หรือต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงหวาย ลาบหมาน้อย ลาบเทา ต้มหน่อไม้ การประกอบอาหารดังกล่าวนี้ใช้น้ำคั้นใบย่านางจะช่วยฆ่าพิษหรือดับพิษของอาหารที่ประกอบนั้น เช่น หน่อไม้ จัดเป็นอาหารแสลงที่ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเข่า ถ้าเป็นหญิงมักมีตกขาว หรือคันในช่องคลอดร่วมด้วย สำหรับคนรักสุขภาพ มีการแนะนำสูตรเครื่องดื่มพร้อมวิธีปรับปรุงสูตรเพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น ใบย่างนาง เสลดพังพอน ตำลึง ผักบุ้ง อ่อมแซบ บัวบก หญ้าปักกิ่ง ใบเตย ฝรั่ง เลือกใบย่านางเป็นหลัก ส่วนผสมอื่นๆ เลือกตามสะดวกและหาได้ จะตำคั้น หรือปั่น หรือใช้เครื่องแยกกาก ก็ตามสะดวก แล้วแต่งรสชาติด้วย น้ำมะพร้าว น้ำอ้อย น้ำผึ้ง หรือไม่แต่งรสก็ได้ รับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ



สารสำคัญที่พบ จากการวิจัยพบว่า สารเคมีที่พบในรากย่านาง คือ Alkaloid ซึ่งมี Tiliacorine. Ttliacorinine. NortiliacorinineA Tiliacorinine-2-N-Oxide



การศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ๑.น้ำคั้นจากใบย่านางมีคลอโรฟิลล์ สามารถเพิ่มความสดชื่น ปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย ลดไข้ ปวดแขนขา แสบร้อนเบ้าตา เป็นผดผื่นคัน แพ้อากาศ สามารถล้างสารพิษที่สะสมในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อม ๒.ข้อมูลทางโภชนาของย่านางระบุว่ามีเบต้าแคโรทีนสูง สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย อุดมด้วยเส้นในอาหาร แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส




ขอบคุณข้อมูลจาก
[/font]: http://tmri.dtam.moph.go.th/heab/yanang.php[/url]
96
photo show / หางปลา/ฝาผนัง
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ ธันวาคม 08, 2013, 08:51:43 PM »
ไม่เคยเห็นแบบนี้มานานแล้วครับ คิดถึงสมัยเด็กนะ "หางปลา"

97
ภาพถ่ายดอกไม้..แจกฟรี / Free pictures of flowers. / Free pictures of flowers. ภาพถ่ายแจกฟรี3
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ ธันวาคม 08, 2013, 08:17:47 PM »

ดอกพุทธรักษา (Canna generalis) / เยอบีร่า (Gerbera)








98
ธารธรรม / Re: <<<บทกรวดน้ำแบบเต็มและแบบย่อ>>>
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ ธันวาคม 02, 2013, 09:44:18 PM »
สาธุ...
99
รวมงานเขียน หลากเรื่อง หลายรส / สมาธิ ฮาร์ดคอร์
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ สิงหาคม 21, 2013, 08:58:14 PM »



   ธรรมทั้งหลายมีใจนำหน้า ดังพระไตรปิฏกจาฤกเอาไว้ให้สาวกรุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม
รวมถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุธที่ทรงตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง
   สองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว เราชาวพุทธผู้นอบน้อม ก็ยังดำรงค์ชีพด้วยธรรมเนียมจารีตประเภณีพุทธ
ไหว้พระ สวดมนต์ เป็นคนดี มีน้ำใจเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติอยู่แล้ว
หาไม่แล้วคงทะเลาะเข่นฆ่า แบ่งบ้านแบ่งเมืองกันไปแล้ว ......ฮึ

   สติปัญญา คือสิ่งที่บอกความเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐแล้ว เขาหลอกก็รู้ เขาจะทำร้ายรู้
(อัปดุลเอ้ย....ฮาาา) แต่ก็มิวายจะเห็นผู้ที่บอกว่าตัวเอง ประเสริฐแล้ว ดีแล้ว เป็นบันฑิต
เป็นพหูสูตร  เรียนมามาก จบสูง  ขาดสตีอยู่เป็นเนืองๆ พระท่านก็สอนอยู่ประจำว่า อย่าขาดสตี

   พระอริยะ (ผู้สละกิเลสได้เด็ดขาด) ท่านได้นำคำสอนต่างๆ นาๆ จากพุทธกาลมากมาย
มาพร่ำสอน ว่าสิ่งนั้นดี สิ่งนี้ไม่ควร ปฏิบัติได้ตามนั้นจะไม่ตกนรกหมกไหม้  (น่านนน.....เห็นยัง)

   เราเอง  ก่อนหน้านั้นเมื่อนานมาแล้วสักประมาณ 10 กว่าปีมาแล้วเห็นจะได้
มีสตรีท่านหนึ่งซึ่งอายุมากกว่าเรามากพอประมาณ เขาเดินมาที่เราทำงานประจำนั้นแหละ
มาคุยด้วย ประหนึ่งเด็กคุยกับผู้ใหญ่ สารพัดเรื่อง สารทุกข์สุก ดิบ และแล้ว
ก่อนจะผละจากไป เขาก็บอกกับเราว่า "สวดมนต์บ้างซิ บางทีอะไรจะได้ดีขึ้น"
พร้อมทานหนังสือปกสีเหลืองเล่มเล็กๆ มาให้เราเล่มนึง หน้าปกมีข้อความว่า บทสวดมนต์
เราก็ไม่ได้คิดอะไรนะ รับมาไว้ก่อน ฮาาาา.... เห็นว่าเป็นของฟรีก็เลยรับไว้
เราไม่ได้อณุโมธณาอะไร เพราะไม่ประสีประสาอะไร คิดแต่เพียงว่า
เย็นนี้จะมีเหล้ายี้ห้ออะไรกิน สูบบุหรี่ มีกับแกล้มอะไรบ้าง นั้น..ไปยังงั้น
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาว่าเหอะ.....

  หนังสือเล่มนั้น เราไม่ได้ทิ้งหรือละเลยบทบาลีในนั้น เราเอามาเปิดท่องอ่านเป็นประจำเลยนะ
ไม่ถามใครว่าท่องยังไง คำอ่าน อ่านยังไง คิดแต่ว่า ภาษาบาลีน่าจะอ่านตามที่เห็น ไม่แผลงมาก
ตรีท่านนั้นก็เทียวมาติดตามผลงานทุกวันนะ 555 เทียวไล๊ เทียวขื่อ มาคุยด้วย
"อืม...สูบบุหรี่ด้วยสวดมนต์ไปด้วยไม่ดีนะ" ฮาาาา....ให้ตายซิ นี่เราทำยังงั้นได้ยังไง กร๊ากกกก
แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  ขณะนั้นเราไม่ได้ว่าเราเป็นคนดีนะ เพียงแต่เราเองก็ยังฝักไฝ่มาทางนี้อยู่บ้าง

   บทที่สวดในขณะนั้นเราไม่ได้คิดว่าจะมีคำแปลเป็นไทยนะ เลยไม่ได้คิดค้นว่าต้องรู้ความหมายของคำสอนนั้น
ก็ได้แต่ท่องบ่นไปอย่างนั้น  ท่องนานมาก นานเสียจนไม่ต้องดูหนังสือเล่มเล็กนั้นอีกเลยในบทยาวๆ
เราก็สวดอยู่อย่างนั้น ต่อหน้าองค์พระที่บ้าน หรือยามว่าง สวดเข้าไป ฮาาา อยากสวดได้ สวดเป็น
จนคิดเอาเองว่า สวดมามากขนาดนี้ ดีแน่แล้ว เราก็พุท ทำในสิ่งที่พูทธศาสนิกชนเขาทำกัน
เข้าวัดบ้าง ตักบาตรบ้าง ทำทานบ้าง ในใจก็คิดไปได้บุญแระ อย่างน้อยก็มีบุญติดตัวบ้าง
ถึงตกนรก ก็ไม่น่าหลายขุม  ให้ตายซิพับผ่า ช่างคิดได้

   จนในปัจจุบันก็เพิ่งรู้ว่า การสวดมนต์นั้นต้องมีสมาธิด้วย จดจ่ออยู่กับบทสวด หรือคำแปล
ไม่ใช่ปากท่องบ่นไป สมองคิดอย่างอื่นไป... เราเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ ไม่รู้ทำไม เพราะไม่มีใครบอกหรือเปล่า
ก็เลยคิดว่าที่ผ่านมาหลายๆปี คงไม่ค่อยได้ผลเท่าไร กับการสวดภาวนา

   สถานีธรรมแห่งหนึ่ง  ไกล้ๆ กับที่ทำงานปัจจุบันของเรากระจายเสียงจากวัด ผ่านคลื่นวิทยุFM.
ประกอบกับระยะหลังนี้ มีแต่คนเอาหนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะมาให้ แหม่....ได้ใจเสียจริง
ก็เลยได้อ่านคำสอนใหม่ ๆ จากนักธรรมต่างๆที่ท่านเรียนจบมา มีคำแปลจากบาลีเป็นไทยให้ได้รู้
เพิ่มเติม

   สถานีนั้นบอกกับเราหลายอย่าง  สอนเราหลายอย่าง เปลี่ยนเราหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ แนวคิด การดำเนินชีวิต ก็เพียงในส่วนที่เรารับเอามาปฏิบัติเท่านั้น
ได้รู้เรื่อง พุทธประวัติ ต่าง ๆ จนเราเสพติด น่าน.... เอาอยู่น่า ฮาาาาาาา...

   หลับตาลงซิ ห้ามจิตคิดอย่างอื่นนะ อย่าฟุ้งซ่าน เอาสองตาทั้งที่หลับนั้นแหละ
เพ่งมามาที่ระหว่างกึ่งกลางระหว่างคิ้ว จ้องเอาไว้ เอาคำว่า พุท - โธ มาหนีบติดไว้
กับลมหายใจ เข้า - ออก ตามมันไป ว่ามันเข้ามันออกยังไงเอาให้รู้กันไป
อย่าไปกำหนดว่าต้องหายใจเข้า ออกนะ อย่ากำหนด มันไม่ธรรมชาติ (ท่านว่าอย่างนั้น)

  เราก็ยังมีกิเลสหนาอยู่นี่ หลับตาลงเมือไหร่ก็ไอ้นั่น ไอ้นี่แล่นเข้ามาในสมองเต็มไปหมด
เมื่อตอนเช้าสาวสวยจัง แว๊บเข้ามายิ้มให้อีกแระ ให้ตายซิ .... พับผ่า

   โยมก็เอายังงี้ซิให้โยมมองว่าเป็น ขันต์ห้า เกิดมา ตั้งอยู่ แล้วดับไป ไม่คงทน
หรือให้มองว่า นั่นคือธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ รวมกันเป็นตัวตนเดินมาหาเรา แค่นั้นเอง...

   เราก็ยังนึกขำในแนวคิดของเราอยู่นะว่า "ขันต์ห้านั่นก็ยังขาวอยุ่นะ ฮาาาา บ้าเอ้ย..."
แต่เราก็ยังถือเอาจริงจังอยู่นะ ทุกวันนี้ก็พยามลด ละแนวคิดบางเรื่องลงไป จนเกือบทำได้แล้ว
สูงยาว ขาวดี หล่อเหลาเอาถ่าน มาดเท่ห์ ร่ำรวยเพียงไหน ก็เท่านั้น
อีกหน่อยก็ดับสูญสิ้นไปใช้หนี้กรรม  เฉกเช่นเรานี่แหละ... คล้ายจะปลงแล้วนะ

   อยากจะเป็นบรรพชิตก็คงไม่ได้แล้ว เป็นคฤหัสถ์ ก็ยังไม่น่าจะดีพอ
พระท่านบอกว่า จิตที่บริสุทธินั่นแหละ คือกุศลแรงกล้า นัยย์ว่าการเจริญภาวนานั่นแหละ
คือกุศลอันแรงกล้า  จริงแล้ว เราก็ฟังมาหลายพระอาจารย์เหมือนกันนะ บทสรุปแล้ว
ท่านก็ให้ความเห็นเช่นเดียวกันว่า การเจริญภาวณา ทำสมาธิ ทำจิตใจให้ขาวสะอาด นั้นแหละ
คือการสร้างบุญ  สวดมนต์ก็ดี แต่ต้องมีสติในการสวดด้วยนะโยม พระท่านว่าอย่างนั้น....




* คำเขียนใด คำแอบอ้างใด ที่ข้าพเจ้าเขียนไป กล่าวไป ผิดไปบ้าง ข้าพเจ้าขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยและขออโหสิให้ข้าพเจ้าด้วย*
100
ธารธรรม / <<<การแผ่เมตตาอยู่เสมอ>>>
« กระทู้ล่าสุด โดย ฅนครบุรี เมื่อ สิงหาคม 21, 2013, 07:50:34 PM »

ผู้มีปกติแผ่เมตตาเสมอๆ ย่อมได้อานิสงส์


  ผู้มีเมตตา ย่อมเอาชนะใจผู้อื่น ซึ่งเป็นชัยชนะที่เด็ดขาด ไม่กลับแพ้ ผู้ตั้งอยู่ในเมตตาธรรม
ชื่อว่าทำประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น เมตตาทำให้จิตใจสดชื่น ผ่องใส มีความสุข
ดังที่พระพุทธเจ้าแสดงอานิสงส์ของเมตตาไว้ดังนี้


หลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย

เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลายคือภูตผีปีศาจทั้งหลาย เทวดาก็ช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ

ทั้งพิษและไฟ ตลอดทั้งศัสตราอาวุธ ก็ไม่กล้ำกลาย  จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้เร็ว

ผิวพรรณย่อมผ่องใส  ตายก็มีสตี  จิตใจไม่ฟั่นเฟือน เมื่อยังไม่บรรลุธรรม ย่อมเข้าถึงพรหมโลก
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 [10]